[RMC]Mission II แบบเด็กๆ
posted on 29 Jan 2012 22:59 by saliamgreen-enjoy in RMC+หญิงเล็กของแมว่ ที่อุตส่าห์มาวาดรูปให้ แต่แมว่คิดแมว่ถ้าได้เมาส์ปากกาของนู่แทนเมาส์นู่ของแมว่มันคงจะสีสวยกว่านี้
+คุณพี่โอ่ง ที่อุตส่าห์จะปวารณาตัวมาช่วยแต่กรีนก็ดั๊นทำเน็ตล่มไปก่อน T^T
+ที่ต้องขอบคุณคั่กๆ คือ MukuTuna ที่มาช่วยปั่น(ตรงตัวที่คลุมขาวนั่นแหละ)ปั่นให้เยอะมากๆ ทำให้กรีนมีเวลาไปดู MAD งาน D18 8059 ที่ยังไม่ได้ดู ขอบคุณนะเพื่อนเลิฟ //กอดแน่น//
สวัสดีครับ ผม ลูซิเฟอร์ เจเนซิส
วันนี้ผมจะมาส่งภารกิจของแฟมิลี่ ภารกิจจัดงานวันเด็กครับ ~^ ^~ (ก่อนที่ผมจะต้องไปเคี่ยวเข็นให้หม่ามี้ปั่นธีมอีก)
คราวนี้เป็นภารกิจครั้งแรกของผม ดังนั้นผมขอนำเสนอเองครับ
ตามหัวข้อที่บอสกำหนดมาจะต้องจัดงานวันเด็กไปปรึกษาเรื่องการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นสองอย่างคือ เรื่องที่มีการบุกเข้ามาของแฟมิลี่ศัตรูและเรื่องสัตว์กล่องอาละวาด
ก่อนอื่นขั้นแรกต้องไปสัมภาษณ์ NPC และ OC โดยที่ผมแบ่งงานกับพี่ยัยเปี๊ยกว่าจะแยกกันไปสัมภาษณ์
โดยยัยเปี๊ยกไปสัมภาษณ์ OC ชื่อเกรเซีย เดอ อีวา [ซึ่งมีข้อแลกเปลี่ยนอะไรสักอย่างที่ผมไม่ทราบแน่ชัด แต่คิดว่ายัยเปี๊ยกคงแถไม่ทำจนได้]
ภาพหลักฐานอยู่นี่ครับ อ่านจากบนลงล่างได้เลยครับ
ส่วนผมไปสัมภาษณ์คุณฮิบาริ เคียวยะครับ
นี่ภาพหลักฐาน อ่านจากบนลงล่างเช่นกันครับ
สรุปใจความได้ว่า
เกรซ์คุง : ให้เด็กๆที่เป็นมาเฟียช่วยกันสู้เพื่อปูทางเส้นทางสู่การเป็นมาเฟียที่ดี ส่วนเด็กที่ไม่เกี่ยวข้องให้ถามความสมัครใจก่อนจะพาไปหลบในที่ปลอดภัย เรื่องสัตว์กล่องเกรซ์ให้ยัยเปี๊ยกไปยืนล่อไว้แล้วให้พาคนเด็กหนีครับ = =”
ฮิบาริซัง : ตั้งผู้ตรวจตราไว้ก่อน ถ้ามีคนบุกรุกก็ให้ขย้ำผู้บุกรุกให้เรียบแล้วปล่อยให้เด็กๆหัดหาทางเอาตัวรอดบ้าง เรื่องสัตว์กล่องให้ยึดเอาไว้เลยตั้งแต่หน้างานครับ
ในหัวข้อแรกทั้งสองคนบอกตรงกันว่าให้เด็กมีส่วนร่วมด้วย
[แต่ผมคิดว่ามันอาจจะอันตรายไปหน่อยสำหรับเด็กรึเปล่า ~^ ^~” ผมคิดว่าถ้าเกิดขึ้นจริงๆผมคงไม่ให้เด็กมาร่วม]
ในหัวข้อที่สองผมจะขอริบกล่องสัตว์ไว้ก่อนเข้างานครับ ( ´ ▽ ` )
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เช้าตรู่ของวันที่อากาศเย็นสบายวันหนึ่ง ร่างสูงของชายผู้มีนัยน์ตาและสีผมเป็นสีดำสนิทกำลังมองแมวน้อยที่กำลังขดตัวหลับสบายอยู่ในผ้าห่มอย่างไม่สบอารมณ์นัก คิ้วเข้มขมวดมุ่นก่อนจะตัดสินใจเดินเอาเหยือกใส่น้ำเย็นเจี๊ยบมาสาดโครมลงไปบนเตียง
ร่างบางเด้งตัวลุกพรวด เส้นผมสีดำเปียกลู่ น้ำหยดติ๋งๆลงมาตามเส้นผม ใบหน้าและริมฝีปากซีดสั่น ดวงตาสีเทาเข้มหันขวับมาอย่างเอาเรื่อง
“ทำอะไรของนายเนี่ยลู!!”
“ต้องไปทำภารกิจแล้ว ตื่นสักที” พูดจบก็โยนผ้าเช็ดตัวใส่พี่สาวผู้ยังมึนงงเพราะไม่ตื่นดีก่อนจะลากพรืดๆเข้าห้องน้ำโดยไม่ฟังเสียอุทธรณ์ใดๆทั้งสิ้น
“เราต้องไปจัดงานวันเด็กกันตามที่บอสสั่งมาสินะ...เรื่องพวกสถานที่กับของขวัญล่ะ?”มิคาเอลหันไปถามผู้เป็นน้องชายที่กำลังทำแซนด์วิซให้เธอกินเป็นอาหารเช้า
“ฉันเตรียมไว้หมดแล้ว...เพราะเธอมัวแต่ไปเล่นเถลไถลไม่ใช่รึไง ถึงได้ไม่รู้อะไรเลยน่ะ”ลูซิเฟอร์พูดพร้อมวางจานลงตรงหน้าพี่สาว เอื้อมมือไปถอดผ้ากันเปื้อนโยนทิ้งแล้วมานั่งกินด้วย
“ฉันเปล่าเถลไถลสักหน่อย” แก้ตัวไปจนสีข้างถลอกแล้วงับแซนด์วิซเข้าปาก
“คิดว่าฉันจะเชื่อเธอรึไง รีบกินเร็วๆเข้า เราต้องไปถึงก่อนหกโมงครึ่ง” พูดจบลูซิเฟอร์ก็จัดการ ’กิน’อาหารเช้าจนเรียบวุธในเวลาอันรวดเร็วก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบกุญแจดูคานติมาโยนใส่หน้าคนที่กำลังรีบเขมือบแล้วตัวเองก็ไปรอที่รถเพื่อที่จะได้ไปพร้อมกัน
ภารกิจกิจเป็นภารกิจแรกของเขานับตั้งแต่เข้าแฟมิลี่มา งานครั้งแรกอย่างนี้เขาไม่อยากไปสายหรือมีคำว่าผิดพลาดอยู่ในเนื้องานเท่าไหร่
-ใจกลางเกาะคาวัลโลเน่ –
เสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานของเหล่าเด็กๆที่ได้รับเชิญให้เข้ามาร่วมงานเลี้ยงวันเด็กดังไปทั่วลานกว้างซึ่งใช้เป็นที่จัดงาน โต๊ะอาหารถูกวางเรียงรายด้วยของคาวหวานชั้นดี ทั่วบริเวณตกแต่งไปด้วยลูกโป่งหลากสีสัน โบว์และริบบิ้นโทนสีสดใส ดูไม่ขัดตากับเหล่าคนในแฟมิลี่ที่บัดนี้แต่งกายนอกเครื่องแบบเป็นชุดไปรเวทเพื่อความกลมกลืน หลายคนกำลังหัวเราะพูดคุยอย่างสนุกสนานกับเด็กตัวน้อย ใบหน้าของเด็กน้อยหลายคนซึ่งเป็นผู้สืบทอดของแฟมิลี่ต่างๆดูไม่แตกต่างไปจากเด็กธรรมดาที่ได้รับเชิญมาร่วมงานเลย ทุกคนล้วนแต่สนุกสนานไปกับบรรยากาศงานที่ครึกครื้นอบอุ่นนี้
‘ยังไงก็เป็นเด็กนี่นา...’
ลูซิเฟอร์คิดในใจพลางยิ้มเมื่อมองภาพอันอบอุ่นตรงหน้า ก่อนรอยยิ้มจะพลันมลายหายเมื่อเห็นพี่สาวตัวเองกำลังจะช็อคตายเพราะรอยยิ้มที่ว่อนไปทั่วงาน!
ร่างสูงรีบก้าวสวบๆตรงดิ่งไปหาแมวที่กำลังหน้ามืดใจสั่นเกาะโต๊ะอยู่ทันที
“เป็นอะไรมากมั้ย? ไม่ได้กินยามารึไง?”ลูซิเฟอร์รีบประคองพี่สาวตัวเองพร้อมยื่นยาดมไปจ่อจมูก
“ฟืด~” เสียงสูดลมหายใจแรงๆจากมิคาเอล “กินมา...แต่สงสัยจะไม่พอ”
“ไปพักก่อนเลยไป แล้วก็ไปหาแว่นกันแดดมาใส่ด้วย”ลูซิเฟอร์ประคองพาแมวหน้ามืดไปนั่งในมุมเงียบๆก่อนจะหันมองให้แน่จะว่าบริเวณนี้จะไม่มีใครมายิ้มเรี่ยราด ก่อนจะพาตัวเองไปที่บริเวณทางเข้างาน
“คุณอีวา...เรียบร้อยมั้ยครับ” ร่างสูงหันไปถามลูกน้องคนสนิทของนภาเจิดจ้าที่กำลังคอยบอกเหล่าคนจะมาร่วมงานว่าขอให้รบกวนฝากอาวุธกล่องไว้ก่อนเข้างาน
“เรียบร้อยดีลูคุง”อีวาหันมายิ้มตอบก่อนจะหันไปบอกคนที่จะมาเข้างานคนถัดไป
“เป็นยังไงบ้าง เรียบร้อยดีใช่ไหม?”เสียงของมิคาเอลถามพร้อมกับมือนุ่มที่วางบนไหล่ เมื่อลูซิเฟอร์หันไปก็เห็นว่าพี่สาวของตัวเองมีแว่นกันแดดเรียบร้อยแล้ว
“เรียบร้อย ให้คุณอีวาช่วยเรื่องฝากสัตว์กล่องไว้แล้ว”
“งั้นก็ดี” ร่างบางพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเดินไปรอบๆที่จัดงานเพื่อดูความผิดปกติ
เมื่อแยกจากผู้เป็นน้องชาย ร่างบางก็เดินไปหาอะไรกิน(?)แถวโต๊ะจัดงาน ยังไม่ทันที่จะคว้าเค้กใส่ปากหูก็พลันได้ยินเสียงกรีดร้องตกใจของบรรดาแขกที่มาร่วมงาน!
วงหน้าเรียวหันขวับ ดวงตาใต้แว่นกันแดดกวาดมองหาสิ่งผิดปกติแล้วก็เห็นปลาหมึกยักษ์เอาหนวดไล่จับบรรดาแขกอย่างเมามัน ขาเรียววิ่งพาร่างกายไปยังบริเวณที่เกิดเหตุข้างผู้เป็นน้องชายแบบด่วนจี๋
“ลู...ทำยังไงดี?”เอ่ยถามพร้อมหายใจหอบ แล้วเสียงของเกรเซียก็พุ่งเข้ามาในสมอง
’ถ้าสัตว์กล่องบุก...ฉันเสนอให้เธอเอาตัวเองไปล่อสัตว์กล่อง แล้วให้คนอื่นพาเด็กหนี’
“เราต้องพาเด็กๆหนีก่อน...”ลูซิเฟอร์พูดพร้อมกับตั้งสติ “แต่ไม่รู้จะทำได้ไหม”
“เดี๋ยวนายพาเด็กหนีนะ ฉันไปล่อมันเอง”
ไม่รอให้บุคคลผู้เป็นครึ่งหนึ่งของตัวเองตอบรับมิคาเอลก็ออกตัววิ่งไปหยุดอยู่หน้าปลาหมึกตัวใหญ่ ลอบกลืนน้ำลายเมื่อเห็นขนาดตัวของมันอย่างชัดเจน
เอาก็เอา(วะ)....
ตัดสินใจเสร็จสรรพก็จัดแจงวิ่งตัดหน้าให้สัตว์ทะเลที่มาอาละวาดผิดที่เห็นแล้วเบนความสนใจมายังตน
ฟิ้ว~
“ค่อยๆไปนะครับ”ลูซิเฟอร์ยิ้มพลางเดินตามแถวเด็กน้อยที่กำลังเดินไปตามทางออกลับอย่างปลอดภัย แต่ในใจกลับไม่ยิ้มตามจริงเพราะกำลังประวิงถึงพี่สาวฝาแฝดของตัวเอง
ยัยนั่น...
จะต้องจับปลาหมึกกินแน่ๆ....
~กึกๆๆๆ~
เสียงคางกระทบกับเข่าที่ถูกกอดดังเป็นจังหวะรัวๆ ดวงตาสีถ่านมองไปยังความมืดรอบด้านอย่างหวาดระแวง ความเจ็บแปลบที่หัวเข่ารุมเร้ามากขึ้นทุกที ไหล่บางสั่นดิก โสตประสาทยังคงได้ยินเสียงอาละวาดของสัตว์ทะเลยักษ์อยู่ตลอดเวลา...
จากใต้โต๊ะ...
ฉันไม่ผิด ฉันไม่ได้หนีนะ...
สาวน้อยผู้มีนามของเทพสครีมอยู่ในใจและกำลังหาเหตุผลแก้ต่างให้ตัวเองอย่างเต็มที่
ไม่ใช่ความผิดของเธอเสียหน่อย เธอวิ่งล่อมันไปทางโน้นทีทางนี้ทีจนเห็นว่าน้องชายฝาแฝดพาเด็กๆหนีไปได้เกือบหมดแล้วแต่ว่าดันสะดุดล้มหน้าทิ่มจนมันเกือบจะเอาหนวดมาคว้าจับเธอได้ เคราะห์ดีที่ตะเกียกตะกายไปหลบภัยที่ใต้โต๊ะทัน
รอดมาได้เทพก็ช่วยมากแล้วมิคาเอลเอ๋ย...
โอ้...ท่านเทพมิคาเอล...
อย่าไอ้แปดหนวดมันมาปัดโต๊ะที่ลูกหลบนี่เลย...
ลูซิเฟอร์วิ่งมายังบริเวณที่จัดงานซึ่ง ณ จุดๆนี้มันไม่เหลือสภาพเดิมสักเท่าไหร่ สายตาสอดส่ายหาพี่สาวฝาแฝดของตัวเองโดนพยายามหลบหนวดปลาหมึกไปด้วย เพราะความเป็นห่วงพี่สาวที่อาจจะหิวจนหน้ามืดทำให้ไม่ทันได้เห็นอีกหนวดหนึ่งที่ถูกกวาดมาทางด้านหลัง หนวดเหนอะหนะไปด้วยเมือกฟาดโครมเข้ากับร่างของชายหนุ่มจนกลิ้งโค่โร่ไปโดนโต๊ะตัวหนึ่ง!
โครม!
และเทพกับมารก็เจอกัน ณ ตอนนั้น <<< ไม่เกี่ยว
“เฮ้ย !!! ลู มาได้ไงเนี่ย” แมวที่หลบอยู่ใต้โต๊ะกระโดดถอยห่างออกมาเมื่อเห็นร่างของน้องตัวเองปะทะเข้ากับโต๊ะ
“โอ๊ย !!” ร่างสูงค่อยๆพยุงตัวขึ้นมาหลังจากกระแทกเข้ากับโต๊ะอย่างแรง ก่อนจะค่อยๆหันหน้ากลับไปตอบพี่สาว
“ก็มาตามหาเธอนั่นแหละ แล้วก็โดนหนวดเจ้านั่นฟาดมา” พูดพลางชี้นิ้วไปทางจำเลยที่ยังคงไม่หยุดอาละวาด
“นี่นาย...เป็นห่วงพี่หรอ”
“เปล่า ผมห่วงเจ้านั่นต่างหาก กลัวว่าพี่จะเขมือบหนวดของมัน”
“นี่นายเห็นฉันเป็นคนยังไงกันแน่เนี่ย!!! ช่างเถอะตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาทะเลาะกัน ต้องรีบจัดการไอ้เจ้าเบิ้มนั่นก่อน” มิคพูดพลางชี้นิ้วไปที่เจ้าเบิ้มที่ว่า
“รู้แล้วน่า รีบๆเอาชิกกี้ออกมาสิ”
“แล้วทำไมต้องเป็นฉันด้วยล่ะ = [ ] = !”
“ก็ผมเพิ่งโดนมันเหวี่ยงมาจนตัวกระแทกโต๊ะนะ ขอพักหน่อยแล้วกัน” พูดพลางเจ้าตัวก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
“เฮ้อ ให้มันได้อย่างนี้สิ” มิคาเอลถอนหายใจน้อยๆ ก่อนที่มือบางจะหยิบอาวุธกล่องของตนเองขึ้นมา
พรึบ !!!
เปลวไฟธาตุวายุบริสุทธิ์ถูกจุดขึ้นบนแหวน มือเรียวอัดเปลวไฟเข้าไปในกล่อง ทันทีที่มิคาเอลเอามือออก ก็ปรากฏร่างของงูสีเขียวพุ่งออกมาจากกล่องทรงลูกบากศ์
“เอาล่ะ ปล่อยชิกกี้ออกมาแล้ว ทีนี้จะสั่งให้จัดการอย่างไงต่อดี”
ในขณะที่มิคาเอลกำลังคิดวิธีที่จะการกับเจ้าหมึกยักษ์อยู่ก็หันไปเห็นอาวุธกล่องของตนกำลังเขมือบปลาหมึกยักษ์เข้าไป หมึกยักษ์ดิ้นเอาเป็นเอาตายเพื่อเอาชีวิตรอดแต่ดูท่าจะไร้ผลใดๆเมื่อชิกกี้เกิดอาการหิวจนหน้ามืด
“เฮ้ย!! ชิกกี้ หยุดนะ ฉันยังไม่ได้สั่งให้กินเลยนะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ !” แต่ช้าไปสำหรับคำห้ามของเจ้าของ เพราะเจ้างูน้อยตัวสีเขียวนั้นได้เขมือบพี่เบิ้มหมดตัวไปซะแล้ว
“เธอเลี้ยงชิกกี้ให้อดอยาก...” ลูพึมพำ
“หุบปากนายไปเลยนะลู !” มิคาเอลพูดพลางเอามือปิดหน้าผาก
“เอาล่ะ หมดปัญหาแล้วรีบกลับกันเถอะ” ลูซิเฟอร์เอ่ยขึ้นพลางลุกขึ้นหันหลังทำทีท่าว่าจะเดินกลับ แต่ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวขาไปไหน ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ทำให้ชายหนุ่มต้องรีบหันกลับไป
“คราวนี้อะไรอีกละเนี่ย” มิคาเอลบ่น
“ศัตรูบุกงั้นเหรอ!?” ลูซิเฟอร์ตะโกนลั่นเมื่อเห็นร่างของชายนับสิบคนในชุดผ้ายืดสีดำคล้ายชุดนักประดาน้ำ ใส่แว่นกันแดดพร้อมผ้าปิดปาก ด้านหลังสะพายปืนลูกซองยืนล้อมทั้ง 2 พี่น้องเอาไว้
“พวกแกคือสมาชิกคาวัลโลเน่แฟมิลี่ใช่มั้ย ? ” ชายคนหนึ่งถามขึ้น
สองพี่น้องมองกวาดไปทั่วอาภรณ์ของผู้บุกรุก แล้วก็พลันเกิดประโยคๆหนึ่งของโน้ต อุดมขึ้นมาในหัว
...ชุดแบบนี้...เซาะกราวชัดๆ...
“ถามไปทำไม” มิคตอบพลางประเมินสถาณการณ์ไปด้วย
“บอกที่กบดานของบอสพวกแกมาเดี๋ยวนี้” ชายเซาะกราวคนนั้นพูดขึ้น
...ถ้าลองมันบุกขึ้นเกาะมาได้ขนาดนี้แล้วมันจะมาถามหาสารบอแร็กซ์อะไร...
“ถ้าไม่บอกแล้วจะมีปัญหามั้ยละครับ คุณเซาะกราว” ลูตอบ
“สรุปพวกแกจะไม่บอกสินะ งั้นก็ดี เอาล่ะพวกเรามันเลย” หลังสิ้นเสียงคำสั่งของเซาะกราวผู้เป็นหัวหน้า เซาะกราวคนอื่นๆก็คว้าปืนลูกซองที่สะพายไว้ด้านหลังขึ้นมา
“ยัยเปี๊ยกรีบสั่งให้ชิกกี้จัดการพวกมันเร็ว !” ลูซิเฟอร์สั่งพี่สาว
“ไม่ได้ ! ชิกกี้มันยังอืดปลาหมึกอยู่เลยยังขยับไปไหนไม่ได้” เสียงที่เป็นเหมือนฟ้าผ่าตอนกลางวันตะโกนตอบกลับมา
“บ้าจริง!! ถ้าไม่ติดที่ฉันเจ็บหลังอยู่ละก็นะพวกแกไม่รอดแน่” ลูตะโกนพลางนึกหาวิธีที่จะจัดการไอ้พวกเซาะกราว
ทันใดนั้นทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงลั่นไกขึ้นจากทั้งรอบด้าน ถึงแม้อาการภายนอกจะยังคงแน่นิ่ง ช็อกค้าง แต่ภายในใจของทั้งคู่กลับกระวนกระวายว่าชีวีนี้คงสิ้นเสียตรงนี้
อา...เราจะไปสวรรค์(หรือนรก)ด้วยกันแล้วนะ
แต่ทว่าทั้งคู่ก็ได้ยินแค่เสียงลั่นไกเท่านั้น ไร้วี่แววของกระสุนปืนตามหลังมา!!
“บรรลัยแล้วครับท่านหัวหน้า ปืนด้านครับ กระสุนไม่ออก !” นายทหารเซาะกราวนายหนึ่งตะโกนขึ้น
“คงเป็นเพราะพวกเราดำน้ำมากันแล้วลืมเอาพลาสติกห่อปืนไว้น่ะครับเลยทำให้ปืนด้าน” เซาะกราวอีกนายเสริม
“ไม่เป็นไร พวกมันมีแค่สองคนเอง จัดการด้วยมือพวกเราสบายมาก รุมเลย” แล้วคุณหัวหน้าเซราะกราวก็สั่งต่อ
“พวกแกคงไม่ต้องรุมแล้วล่ะ” สิ้นเสียงเข้มของลูซิเฟอร์ ก็มีน้ำอะไรบางอย่างกระเด็นไปกระทบกับเสื้อดำน้ำของเหล่าเซาะกราวทั้งหลายจนขาดเป็นรู ด้วยอาณุภาพความร้อนของเปลวเพลิงธาตุวายุที่เคลือบหยดน้ำเหล่านั้นทำให้เหล่าเซาะกราวทั้งหลายสะดุ้งเฮือกลุกขึ้นมาเต้นรูดเสา เต้นแร้งเต้นกากันยกใหญ่ ประมาณใครแดนซ์เลิศที่สุดแจกทอง (?)
“นี่มันน้ำอะไร ทำไมมันถึงได้ร้อนอย่างนี้ !!!” หัวหน้าเซาะกราวตะโกนขึ้น
“ดูทางนั้นสิครับท่านหัวหน้า มันมีงูอีกตัวอยู่ด้วย” เซาะกราวนายหนึ่งพูดพลางชี้ไปทางกองใบไม้แห้งที่ปรากฏร่างของงูธาตุวายุสองตัวอยู่ ตัวหนึ่งนอนอืด ส่วนอีกตัวหนึ่งทำท่าขู่เตรียมฉกเต็มที่
“โอ๊ย!!! ร้อน !!” เสียงร้องของเหล่าศัตรูดังขึ้นอีกเมื่องูจงอางตัวน้อยพ่นพิษใส่อีกครั้งหนึ่ง
“โอ๊ย !!! ทนไม่ไหวแล้ว ร้อนแท้ๆ ถอยทับกลับไปเล่นนางเงือกน้อยที่บ้านเราดีกว่า ถอยๆๆๆ” สิ้นคำสั่งของหัวหน้า เหล่าเซาะกราวทั้งหลายต่างพากันวิ่งหนีลงทะเลแล้วหายลับไป
“ที่แท้ก็ควายเผือกนี่หว่า” ลูซิเฟอร์ตะโกนกลับไปพลางเก็บอิจิงูจงอางของตนเองเข้ากล่อง
“นี่ฉันเจออะไรเนี่ย...” มิคาเอลพึมพำกับตัวเองแบบไม่ใช่สายตา
“งานเสร็จแล้ว รีบไปรายงานผลกันดีกว่า” ลูพูดพลางหันหลังเดินกลับไปที่บริเวณจัดงาน
“รู้แล้วน่า” มิคพูดพลางเดินตามลูไปติดๆ โดยไม่ลืมเก็บชิกกี้ที่ยังคงนอนอืดเข้ากล่องไปด้วย
“ว่าแต่ พี่มีปืนไม่ใช่หรอ ทำไมไม่เอามาสู้ล่ะ” ร่างสูงเปิดประเด็นคำถาม
“ส่งไปตรวจสอบคุณภาพน่ะ ยังไม่ได้ไปเอาคืนมา อย่าว่าแต่ฉันเลยของนายก็มี ทำไมไม่เอามาใช้”
“ก็ผมเจ็บอยู่นี่ ขนาดจะยกมันขึ้นมายังไม่ไหวเลย ว่าแต่พี่ส่งปืนไปตรวจสภาพตั้งแต่เมื่อไหร่”
“เดือนที่แล้ว...”
“แล้วทำไมไม่รู้จักไปเอาซะที นี่มันนานแล้วนะ !!!” ลูตวาด
“ก็มันไม่ว่างนี่ ถ้านายว่างมากก็ไปเอาให้หน่อยสิ!” มิคโต้กลับ
และในบริเวณระหว่างทางที่ทั้งคู่เดินผ่านนั้นก็มีแต่เสียงของทั้ง 2 พี่น้อง ที่เถียงกันไปเถียงกันมาเรื่องปืนไม่ยอมจบสักที
“ลูคุง...มิคจัง”เสียงทุ้มเข้มของโรมาริโอ้เรียกขึ้นทำให้พี่น้องหักเหลี่ยมโหดต้องพักยกแล้วหันกลับไปมอง
“ครับ/คะ?”
“คือว่าเด็กๆน่ะ...”
ภายในบริเวณที่หลบภัย เด็กๆทั้งหลายต่างตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวและตื่นตระหนก นัยน์ตาหลายคู่มีความหวาดกลัวฉายชัด ถึงแม้ว่าเหล่าทายาทของหลายแฟมิลี่จะพยายามทำตัวให้เข้มแข็งแต่บรรดาเด็กน้อยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่หลายคนก็มีน้ำตาไหลเอ่อ บางคนก็สะอื้นไห้และร่ำร้องว่าอยากกลับบ้านเสียที
นัยน์ตาสีถ่านสองคู่เบือนสบกันอย่างเคร่งเครียด...
พวกเขาสองคนพี่น้องต่างได้รับมอบหมายให้จัดงานวันเด็ก แต่นี่ยังปล่อยให้เกิดความผิดพลาดจนมีสัตว์กล่องอาละวาดแถมยังมีศัตรูที่เซาะกราวมาจนบริเวณที่จัดงานพังไปเป็นแถบ เท่านี้ก็รู้สึกว่ามีความผิดจนแทบจะโดดน้ำตายอยู่แล้ว
แล้วยังทำให้เด็กๆที่ไม่เกี่ยวของต้องมามีความทรงจำที่ไม่สวยงาม น่ากลัวอย่างนี้
พวกเขาสองคนแย่จริงๆ
“อย่าร้องนะจ้ะ อย่าร้อง”มิคาเอลพยายามงัดสกิลพี่สาวออกมาใช้เพื่อปลอบโยน
“ไม่เป็นไรแล้วนะครับ ปลอดภัยแล้ว”ลูซิเฟอร์ก็หาทางช่วยอีกแรงโดยการลูบหัวและมอบรอยยิ้มให้กับเด็กๆแต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ทั้งสองคนทำจะช่วยได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“ต้องทำให้เด็กๆหัวเราะ...”ลูซิเฟอร์เอ่ยบอกพี่สาว
มิคาเอลเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ตวัดสายตาจ้องสบเข้าไปมองยังนัยน์ตาของน้องชาย
“เราจะใช้สิ่งนั้น...”
“เอาจริงๆเหรอ?...”
ลูซิเฟอร์เอ่ยถาม สิ่งที่รับคือความเด็ดเดี่ยวของผู้เป็นพี่ ร่างบางพนักหน้ารับอย่างจริงจังแสดงถึงสิ่งที่ตัดสินใจลงไปอย่างเด็ดขาด
ทั้งจอมมารและจอมเทพสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ๆพร้อมกัน หลับตาแน่นราวกับกำลังจะรับไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำ ทั้งคู่ค่อยๆเอามือสองข้างเท้าเอวของตัวเอง สองขาแยกกว้างเท่ากับไหล่ แล้วเริ่มต้นพร้อมกัน
“ไก่ย่างถูกเผา ไก่ย่างถูกเผา มันจะถูกไม้เสียบ เอ้า!!!....”
...และแล้วความทรงจำอันน่ากลัวของเด็กๆก็ถูกแทนที่ด้วยความทรงจำอันเลวร้ายยิ่งกว่างานวันเด็กที่หัวเราะได้ดังที่สุด...
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
กร๊ากกกก นี่ฉันให้ลูกฉันทำอะร๊ายยยยย
//ขำดิ้นๆ
เนื้อเรื่องจริงๆคืออย่างนี้ค่ะ บนนั้นคือแก้ไขไปนิดหน่อย อยากอ่านก็คลุมดำ ไม่อยากเสียสายตาก็อย่าทำนะค๊า XD
และเทพกับมารก็เจอกัน ณ ตอนนั้น <<< ไม่เกี่ยว
“เฮ้ย !!! ไอ้ลู มาได้ไงเนี่ย” แมวที่หลบอยู่ใต้โต๊ะกระโดดถอยห่างออกมาเมื่อเห็นร่างของน้องตัวเองปะทะเข้ากับโต๊ะ
“โอ๊ย !!” ร่างสูงค่อยๆพยุงตัวขึ้นมาหลังจากกระแทกเข้ากับโต๊ะอย่างแรง ก่อนจะค่อยๆหันหน้ากลับไปตอบพี่สาว
“นี่นาย...เป็นห่วงพี่หรอ”
“เปล่า ผมห่วงเจ้านั่นต่างหาก กลัวว่าพี่จะเขมือบหนวดของมัน”
“ห๊า!!! นี่นายเห็นฉันเป็นคนยังไงกันแน่เนี่ย แต่ช่างเถอะตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาทะเลาะกัน ต้องรีบจัดการไอ้เจ้าเบิ้มนั่นก่อน” มิคพูดพลางชี้นิ้วไปที่เจ้าเบิ้มที่ว่า
“อืม รู้แล้วน่า รีบๆเอาชิกกี้ออกมาสิ”
“แล้วทำไมต้องเป็นฉันด้วยล่ะ = [ ] = !”
“ก็ผมเพิ่งโดนมันเหวี่ยงมาจนตัวกระแทกโต๊ะนิ ขอพักหน่อยแล้วกัน” พูดพลางเจ้าตัวก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
“เฮ้อ ให้มันได้อย่างนี้สิ” มิคาเอลถอนหายใจน้อยๆ ก่อนที่มือบางจะหยิบอาวุทกล่องของตนเองขึ้นมา
พรึบ !!! เปลวไฟธาตุวายุบริสุทธิ์ถูกจุดขึ้นบนแหวน มือเรียวอัดเปลวไฟเข้าไปในกล่อง ทันทีที่มิคาเอลเอามือออก ก็ปรากฏร่างของงูสีเขียวพุ่งออกมาจากกล่องทรงลูกบากศ์
“เอาล่ะ ปล่อยชิกกี้ออกมาแล้ว ทีนี้จะสั่งให้จัดการอย่างไรดีนะ” ในขณะที่มิคาเอลกำลังคิดวิธีที่จะการกับเจ้าพี่เบิ้มอยู่ก็หันไปเห็นอาวุทกล่องของตนกำลังเขมือบปลาหมึกยักษ์เข้าไป
“เฮ้ย!! ชิกกี้ หยุดนะ ฉํนยังไม่ได้สั่งให้กินเลยนะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ !” แต่ช้าไปสำหรับคำห้ามของเจ้าของ เพราะเจ้างูน้อยตัวสีเขียวนั้นได้แดร็กพี่เบิ้มหมดตัวไปซะแล้ว
“นั่นไงเดาไม่ผิด สัตว์เลี้ยงนี่นิสัยเหมือนเจ้าของจริงๆสินะ” ลูพึมพำ
“หุบปากนายไปเลยนะลู !” มิคาเอลพูดพลางเอามือปิดหน้าผาก
“เอาล่ะ หมดปัญหาแล้วรีบกลับกันเถอะ” ลูซิเฟอร์เอ่ยขึ้นพลางลุกขึ้นหันหลังทำทีท่าว่าจะเดินกลับ แต่ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวขาไปไหน ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ทำให้ชายหนุ่มต้องรีบหันกลับไป
“คราวนี้อะไรอีกละเนี่ย” มิคาเอลบ่น
“ศัตรูบุกงั้นหรอ !” ลูตะโกนลั่นเมื่อเห็นร่างของชายนับสิบคนในชุดผ้ายืดสีดำคล้ายชุดนักประดาน้ำ ใส่แว่นกันแดดพร้อมผ้าปิดปาก ด้านหลังสะพายปืนลูกซองยืนล้อมทั้ง 2 พี่น้องเอาไว้
“พวกแกคือสมาชิกคาวัลโลเน่แฟมมิลี่ใช่มั้ย ? ” ชายคนหนึ่งถามขึ้น
“ถ้าใช่แล้วจะทำไมล่ะ ไอ้พวกเซาะกราว” มิคตะโกนตอบ
“บอกที่กบดานของบอสพวกแกมาเดี๋ยวนี้” ชายเซาะกราวคนนั้นพูดขึ้น
“ถ้าไม่บอกแล้วจะมีปัญหามั้ยละครับ คุณเซาะกราว” ลูตอบ
“สรุปพวกแกจะไม่บอกสินะ งั้นก็ดี เอาล่ะพวกเราแดกยางลบมันแมร่งเลย เฮ้ย ไม่ใช่ จัดการมันเลย” หลังสิ้นเสียงคำสั่งของเซาะกราวผู้เป็นหัวหน้า เซาะกราวคนอื่นๆก็คว้าปืนลูกซองที่สะพายไว้ด้านหลังขึ้นมา
“แย่ล่ะสิ ยัยเปี๊ยกรีบสั่งให้ชิกกี้จัดการพวกมันเร็ว !” ลูสั่งพี่สาว
“ไม่ได้ ! ชิกกี้มันยังอืดปลาหมึกอยู่เลยยังขยับไปไหนไม่ได้” เสียงที่เป็นเหมือนฟ้าผ่าตอนกลางวันตะโกนตอบกลับมา
“บัดซบ !! ถ้าไม่ติดที่ฉันเจ็บหลังอยู่ละก็นะพวกแกไม่รอดแน่” ลูตะโกนพลางนึกหาวิธีที่จะจัดการไอ้พวกเซาะกราว
ทันใดนั้นทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงลั่นไกขึ้นจากทั้งรอบด้าน ถึงแม้อาการภายนอกจะยังคงแน่นิ่ง (หรือช็อกค้าง) แต่ภายในใจของทั้งคู่กลับกระวนกระวายว่าชีวีนี้คงสิ้นเสียตรงนี้ แต่ทว่าทั้งคู่ก็ได้ยินแค่เสียงลั่นไกเท่านั้น no ลูกปืนตามหลังมา
“บรรลัยแล้วครับท่านหัวหน้า ปืนด้านครับ กระสุนไม่ออก !” นายทหารเซาะกราวนายหนึ่งตะโกนขึ้น
“คงเป็นเพราะพวกเราดำน้ำมากันแล้วลืมเอาพลาสติกห่อปืนไว้น่ะครับเลยทำให้ปืนด้าน” เซาะกราวอีกนายเสริม
“ไม่เป็นไร พวกมันมีแค่ 2 คนเอง จัดการด้วยมือพวกเราสบายมาก รุมแมร่งเลย” แล้วคุณหัวหน้าเซราะกราวก็สั่งต่อ
“พวกแกคงไม่ต้องรุมแล้วล่ะ” สิ้นเสียงเข้มของลูซิเฟอร์ ก็มีน้ำอะไรบางอย่างกระเด็นไปกระทบกับเสื้อดำน้ำของเหล่าเซาะกราวทั้งหลายจนขาดเป็นรู ด้วยอานุภาพความร้อนของเปลวเพลิงธาตุวายุที่เคลือบหยดน้ำเหล่านั้นทำให้เหล่าเซาะกราวทั้งหลายสะดุ้งเฮือกลุกขึ้นมาเต้นรูดเสา เฮ้ย เต้นแร้งเต้นกากันยกใหญ่ ประมาณใครแดนซ์เลิศที่สุดแจกทอง (?)
“นี่มันน้ำอะไรฟร่ะ ทำไมมันถึงได้ร้อนอย่างนี้ !!!” หัวหน้าเซาะกราวตะโกนขึ้น
“ดูทางนั้นสิครับท่านหัวหน้า มันมีงูอีกตัวอยู่ด้วย” เซาะกราวนายหนึ่งพูดพลางชี้ไปทางกองใบไม้แห้งที่ปรากฏร่างของงูธาตุวายุ 2 ตัวอยู่ ตัวหนึ่งนอนอืด ส่วนอีกตัวหนึ่งทำท่าขู่เตรียมฉกเต็มที่
“โอ๊ย!!! ร้อนแท้ !!” เสียงร้องของเหล่าศัตรูดังขึ้นอีกเมื่องูจงอางตัวน้อยพ่นพิษใส่อีกครั้งหนึ่ง
“โอ๊ย !!! ทนไม่ไหวแล้ว ร้อนแท้ๆ ถอยทับกลับไปเล่นนางเงือกน้อยที่บ้านเราดีกว่า ถอยๆๆๆ” สิ้นคำสั่งของหัวหน้า เหล่าเซาะกราวทั้งหลายต่างพากันวิ่งหางจุกตูดลงทะเลแล้วหายลับไป
“ที่แท้ก็ควายเผือกนี่หว่า ถุย” ลูซิเฟอร์ตะโกนกลับไปพลางเก็บอิจิงูจงอางของตนเองเข้ากล่อง
“ตอนมาก็ทำเป็นเท่ห์เชียว สุดท้ายความสามารถก็มีแค่เซาะกราวไปวันๆ” มิคเสริม
“เอ่อ จริงสิ งานเสร็จแล้วนี่ รีบไปรายงานผลกันดีกว่า” ลูพูดพลางหันหลังเดินกลับไปที่บริเวณจัดงาน
“รู้แล้วน่า” มิคพูดพลางเดินตามลูไปติดๆ โดยไม่ลืมเก็บชิกกี้ที่ยังคงนอนอืดเข้ากล่องไปด้วย
บล็อกนี้ ชื่อ "คิดถึง"





★ —☆(ゝω・) 綺羅星!!" キララ th 13 " B|og ☆—★
บ้านนายลิงแว่น
Aklare : เอแคลร์
Rin's SAMA
____ K o r i xx k a i r i ♥♥
/サク..."の"... マ\[S.A.K.U.R.A.] 











ไก่ย่างพี่น้องเป็นเซอไพรซ์มากเลย
#1 By Cavallone_Family on 2012-02-01 15:50