Saliam Green View my profile

[RMC]Mission II แบบเด็กๆ

posted on 29 Jan 2012 22:59 by saliamgreen-enjoy  in RMC
 
 
คราวนี้ขอขอบคุณหลายคนมากๆ(ที่โดนกรีนลากมาช่วย)[กรีนปั่นงานที่สั่งมาเป็นเดือนภายในเวลา 3 วัน = ="]
 
ถ้าไม่มีหลายคนงานนี้คงไม่เสร็จแน่ๆ

+หญิงเล็กของแมว่ ที่อุตส่าห์มาวาดรูปให้ แต่แมว่คิดแมว่ถ้าได้เมาส์ปากกาของนู่แทนเมาส์นู่ของแมว่มันคงจะสีสวยกว่านี้

+คุณพี่โอ่ง ที่อุตส่าห์จะปวารณาตัวมาช่วยแต่กรีนก็ดั๊นทำเน็ตล่มไปก่อน T^T

+ที่ต้องขอบคุณคั่กๆ คือ MukuTuna ที่มาช่วยปั่น(ตรงตัวที่คลุมขาวนั่นแหละ)ปั่นให้เยอะมากๆ ทำให้กรีนมีเวลาไปดู MAD งาน D18 8059 ที่ยังไม่ได้ดู ขอบคุณนะเพื่อนเลิฟ //กอดแน่น//

 
 
หมายเหตุ.อ่านแล้วตีโจทย์ผิด ดันให้ลูกไปสัมภาษณ์เรื่องแก้ปัญหาทั้งสองข้อแทนที่จะเป็นไอเดียจัดงาน T^T
หมายเหตุ 2. มันยาวมากเลย ขอโทษจริงๆนะคะ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
  
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
Photobucket
 
เเละ
 
Photobucket 
 
 

สวัสดีครับ ผม ลูซิเฟอร์ เจเนซิส

วันนี้ผมจะมาส่งภารกิจของแฟมิลี่ ภารกิจจัดงานวันเด็กครับ ~^ ^~ (ก่อนที่ผมจะต้องไปเคี่ยวเข็นให้หม่ามี้ปั่นธีมอีก)

คราวนี้เป็นภารกิจครั้งแรกของผม ดังนั้นผมขอนำเสนอเองครับ

ตามหัวข้อที่บอสกำหนดมาจะต้องจัดงานวันเด็กไปปรึกษาเรื่องการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นสองอย่างคือ เรื่องที่มีการบุกเข้ามาของแฟมิลี่ศัตรูและเรื่องสัตว์กล่องอาละวาด

ก่อนอื่นขั้นแรกต้องไปสัมภาษณ์ NPC และ OC โดยที่ผมแบ่งงานกับพี่ยัยเปี๊ยกว่าจะแยกกันไปสัมภาษณ์

โดยยัยเปี๊ยกไปสัมภาษณ์ OC  ชื่อเกรเซีย เดอ อีวา [ซึ่งมีข้อแลกเปลี่ยนอะไรสักอย่างที่ผมไม่ทราบแน่ชัด แต่คิดว่ายัยเปี๊ยกคงแถไม่ทำจนได้]

ภาพหลักฐานอยู่นี่ครับ อ่านจากบนลงล่างได้เลยครับ

ส่วนผมไปสัมภาษณ์คุณฮิบาริ เคียวยะครับ

นี่ภาพหลักฐาน อ่านจากบนลงล่างเช่นกันครับ

 

สรุปใจความได้ว่า

เกรซ์คุง : ให้เด็กๆที่เป็นมาเฟียช่วยกันสู้เพื่อปูทางเส้นทางสู่การเป็นมาเฟียที่ดี ส่วนเด็กที่ไม่เกี่ยวข้องให้ถามความสมัครใจก่อนจะพาไปหลบในที่ปลอดภัย เรื่องสัตว์กล่องเกรซ์ให้ยัยเปี๊ยกไปยืนล่อไว้แล้วให้พาคนเด็กหนีครับ = =”

 ฮิบาริซัง : ตั้งผู้ตรวจตราไว้ก่อน ถ้ามีคนบุกรุกก็ให้ขย้ำผู้บุกรุกให้เรียบแล้วปล่อยให้เด็กๆหัดหาทางเอาตัวรอดบ้าง  เรื่องสัตว์กล่องให้ยึดเอาไว้เลยตั้งแต่หน้างานครับ

 

ในหัวข้อแรกทั้งสองคนบอกตรงกันว่าให้เด็กมีส่วนร่วมด้วย

[แต่ผมคิดว่ามันอาจจะอันตรายไปหน่อยสำหรับเด็กรึเปล่า ~^ ^~” ผมคิดว่าถ้าเกิดขึ้นจริงๆผมคงไม่ให้เด็กมาร่วม]

 

ในหัวข้อที่สองผมจะขอริบกล่องสัตว์ไว้ก่อนเข้างานครับ ( ´ ▽ ` )

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

                เช้าตรู่ของวันที่อากาศเย็นสบายวันหนึ่ง ร่างสูงของชายผู้มีนัยน์ตาและสีผมเป็นสีดำสนิทกำลังมองแมวน้อยที่กำลังขดตัวหลับสบายอยู่ในผ้าห่มอย่างไม่สบอารมณ์นัก คิ้วเข้มขมวดมุ่นก่อนจะตัดสินใจเดินเอาเหยือกใส่น้ำเย็นเจี๊ยบมาสาดโครมลงไปบนเตียง

 

                ร่างบางเด้งตัวลุกพรวด เส้นผมสีดำเปียกลู่ น้ำหยดติ๋งๆลงมาตามเส้นผม  ใบหน้าและริมฝีปากซีดสั่น ดวงตาสีเทาเข้มหันขวับมาอย่างเอาเรื่อง

 

                “ทำอะไรของนายเนี่ยลู!!”

 

                “ต้องไปทำภารกิจแล้ว ตื่นสักที” พูดจบก็โยนผ้าเช็ดตัวใส่พี่สาวผู้ยังมึนงงเพราะไม่ตื่นดีก่อนจะลากพรืดๆเข้าห้องน้ำโดยไม่ฟังเสียอุทธรณ์ใดๆทั้งสิ้น

 

 

                “เราต้องไปจัดงานวันเด็กกันตามที่บอสสั่งมาสินะ...เรื่องพวกสถานที่กับของขวัญล่ะ?”มิคาเอลหันไปถามผู้เป็นน้องชายที่กำลังทำแซนด์วิซให้เธอกินเป็นอาหารเช้า

 

                “ฉันเตรียมไว้หมดแล้ว...เพราะเธอมัวแต่ไปเล่นเถลไถลไม่ใช่รึไง ถึงได้ไม่รู้อะไรเลยน่ะ”ลูซิเฟอร์พูดพร้อมวางจานลงตรงหน้าพี่สาว เอื้อมมือไปถอดผ้ากันเปื้อนโยนทิ้งแล้วมานั่งกินด้วย

 

                “ฉันเปล่าเถลไถลสักหน่อย” แก้ตัวไปจนสีข้างถลอกแล้วงับแซนด์วิซเข้าปาก

 

                “คิดว่าฉันจะเชื่อเธอรึไง  รีบกินเร็วๆเข้า เราต้องไปถึงก่อนหกโมงครึ่ง” พูดจบลูซิเฟอร์ก็จัดการ ’กิน’อาหารเช้าจนเรียบวุธในเวลาอันรวดเร็วก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบกุญแจดูคานติมาโยนใส่หน้าคนที่กำลังรีบเขมือบแล้วตัวเองก็ไปรอที่รถเพื่อที่จะได้ไปพร้อมกัน

                ภารกิจกิจเป็นภารกิจแรกของเขานับตั้งแต่เข้าแฟมิลี่มา งานครั้งแรกอย่างนี้เขาไม่อยากไปสายหรือมีคำว่าผิดพลาดอยู่ในเนื้องานเท่าไหร่

 

              -ใจกลางเกาะคาวัลโลเน่ –

 

                เสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานของเหล่าเด็กๆที่ได้รับเชิญให้เข้ามาร่วมงานเลี้ยงวันเด็กดังไปทั่วลานกว้างซึ่งใช้เป็นที่จัดงาน  โต๊ะอาหารถูกวางเรียงรายด้วยของคาวหวานชั้นดี ทั่วบริเวณตกแต่งไปด้วยลูกโป่งหลากสีสัน โบว์และริบบิ้นโทนสีสดใส ดูไม่ขัดตากับเหล่าคนในแฟมิลี่ที่บัดนี้แต่งกายนอกเครื่องแบบเป็นชุดไปรเวทเพื่อความกลมกลืน  หลายคนกำลังหัวเราะพูดคุยอย่างสนุกสนานกับเด็กตัวน้อย  ใบหน้าของเด็กน้อยหลายคนซึ่งเป็นผู้สืบทอดของแฟมิลี่ต่างๆดูไม่แตกต่างไปจากเด็กธรรมดาที่ได้รับเชิญมาร่วมงานเลย ทุกคนล้วนแต่สนุกสนานไปกับบรรยากาศงานที่ครึกครื้นอบอุ่นนี้

               

                ‘ยังไงก็เป็นเด็กนี่นา...’

 

                ลูซิเฟอร์คิดในใจพลางยิ้มเมื่อมองภาพอันอบอุ่นตรงหน้า ก่อนรอยยิ้มจะพลันมลายหายเมื่อเห็นพี่สาวตัวเองกำลังจะช็อคตายเพราะรอยยิ้มที่ว่อนไปทั่วงาน!

 

                ร่างสูงรีบก้าวสวบๆตรงดิ่งไปหาแมวที่กำลังหน้ามืดใจสั่นเกาะโต๊ะอยู่ทันที

 

                “เป็นอะไรมากมั้ย? ไม่ได้กินยามารึไง?”ลูซิเฟอร์รีบประคองพี่สาวตัวเองพร้อมยื่นยาดมไปจ่อจมูก

 

                “ฟืด~” เสียงสูดลมหายใจแรงๆจากมิคาเอล “กินมา...แต่สงสัยจะไม่พอ”

 

                “ไปพักก่อนเลยไป แล้วก็ไปหาแว่นกันแดดมาใส่ด้วย”ลูซิเฟอร์ประคองพาแมวหน้ามืดไปนั่งในมุมเงียบๆก่อนจะหันมองให้แน่จะว่าบริเวณนี้จะไม่มีใครมายิ้มเรี่ยราด ก่อนจะพาตัวเองไปที่บริเวณทางเข้างาน

 

                “คุณอีวา...เรียบร้อยมั้ยครับ” ร่างสูงหันไปถามลูกน้องคนสนิทของนภาเจิดจ้าที่กำลังคอยบอกเหล่าคนจะมาร่วมงานว่าขอให้รบกวนฝากอาวุธกล่องไว้ก่อนเข้างาน

 

                “เรียบร้อยดีลูคุง”อีวาหันมายิ้มตอบก่อนจะหันไปบอกคนที่จะมาเข้างานคนถัดไป

               

 

 

 

 

 

                “เป็นยังไงบ้าง เรียบร้อยดีใช่ไหม?”เสียงของมิคาเอลถามพร้อมกับมือนุ่มที่วางบนไหล่ เมื่อลูซิเฟอร์หันไปก็เห็นว่าพี่สาวของตัวเองมีแว่นกันแดดเรียบร้อยแล้ว

 

                “เรียบร้อย ให้คุณอีวาช่วยเรื่องฝากสัตว์กล่องไว้แล้ว”

 

                “งั้นก็ดี” ร่างบางพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเดินไปรอบๆที่จัดงานเพื่อดูความผิดปกติ

Photobucket

 

                เมื่อแยกจากผู้เป็นน้องชาย ร่างบางก็เดินไปหาอะไรกิน(?)แถวโต๊ะจัดงาน ยังไม่ทันที่จะคว้าเค้กใส่ปากหูก็พลันได้ยินเสียงกรีดร้องตกใจของบรรดาแขกที่มาร่วมงาน!

                วงหน้าเรียวหันขวับ ดวงตาใต้แว่นกันแดดกวาดมองหาสิ่งผิดปกติแล้วก็เห็นปลาหมึกยักษ์เอาหนวดไล่จับบรรดาแขกอย่างเมามัน  ขาเรียววิ่งพาร่างกายไปยังบริเวณที่เกิดเหตุข้างผู้เป็นน้องชายแบบด่วนจี๋

 

               “ลู...ทำยังไงดี?”เอ่ยถามพร้อมหายใจหอบ แล้วเสียงของเกรเซียก็พุ่งเข้ามาในสมอง

 

               ’ถ้าสัตว์กล่องบุก...ฉันเสนอให้เธอเอาตัวเองไปล่อสัตว์กล่อง แล้วให้คนอื่นพาเด็กหนี’

 

              “เราต้องพาเด็กๆหนีก่อน...”ลูซิเฟอร์พูดพร้อมกับตั้งสติ “แต่ไม่รู้จะทำได้ไหม”

 

              “เดี๋ยวนายพาเด็กหนีนะ ฉันไปล่อมันเอง”

 

              ไม่รอให้บุคคลผู้เป็นครึ่งหนึ่งของตัวเองตอบรับมิคาเอลก็ออกตัววิ่งไปหยุดอยู่หน้าปลาหมึกตัวใหญ่ ลอบกลืนน้ำลายเมื่อเห็นขนาดตัวของมันอย่างชัดเจน

 

              เอาก็เอา(วะ)....

 

             ตัดสินใจเสร็จสรรพก็จัดแจงวิ่งตัดหน้าให้สัตว์ทะเลที่มาอาละวาดผิดที่เห็นแล้วเบนความสนใจมายังตน

 

            ฟิ้ว~

 

 

 

 

 

          “ค่อยๆไปนะครับ”ลูซิเฟอร์ยิ้มพลางเดินตามแถวเด็กน้อยที่กำลังเดินไปตามทางออกลับอย่างปลอดภัย แต่ในใจกลับไม่ยิ้มตามจริงเพราะกำลังประวิงถึงพี่สาวฝาแฝดของตัวเอง

 

       ยัยนั่น...

 

       จะต้องจับปลาหมึกกินแน่ๆ....

 

 

 

        ~กึกๆๆๆ~

        เสียงคางกระทบกับเข่าที่ถูกกอดดังเป็นจังหวะรัวๆ ดวงตาสีถ่านมองไปยังความมืดรอบด้านอย่างหวาดระแวง ความเจ็บแปลบที่หัวเข่ารุมเร้ามากขึ้นทุกที ไหล่บางสั่นดิก โสตประสาทยังคงได้ยินเสียงอาละวาดของสัตว์ทะเลยักษ์อยู่ตลอดเวลา...

 

        จากใต้โต๊ะ...

 

        ฉันไม่ผิด ฉันไม่ได้หนีนะ...

 

       สาวน้อยผู้มีนามของเทพสครีมอยู่ในใจและกำลังหาเหตุผลแก้ต่างให้ตัวเองอย่างเต็มที่

 

       ไม่ใช่ความผิดของเธอเสียหน่อย เธอวิ่งล่อมันไปทางโน้นทีทางนี้ทีจนเห็นว่าน้องชายฝาแฝดพาเด็กๆหนีไปได้เกือบหมดแล้วแต่ว่าดันสะดุดล้มหน้าทิ่มจนมันเกือบจะเอาหนวดมาคว้าจับเธอได้ เคราะห์ดีที่ตะเกียกตะกายไปหลบภัยที่ใต้โต๊ะทัน

 

        รอดมาได้เทพก็ช่วยมากแล้วมิคาเอลเอ๋ย...

 

 

 

        โอ้...ท่านเทพมิคาเอล...

 

       อย่าไอ้แปดหนวดมันมาปัดโต๊ะที่ลูกหลบนี่เลย...

 

 

 

       ลูซิเฟอร์วิ่งมายังบริเวณที่จัดงานซึ่ง ณ จุดๆนี้มันไม่เหลือสภาพเดิมสักเท่าไหร่ สายตาสอดส่ายหาพี่สาวฝาแฝดของตัวเองโดนพยายามหลบหนวดปลาหมึกไปด้วย เพราะความเป็นห่วงพี่สาวที่อาจจะหิวจนหน้ามืดทำให้ไม่ทันได้เห็นอีกหนวดหนึ่งที่ถูกกวาดมาทางด้านหลัง หนวดเหนอะหนะไปด้วยเมือกฟาดโครมเข้ากับร่างของชายหนุ่มจนกลิ้งโค่โร่ไปโดนโต๊ะตัวหนึ่ง!

 

      โครม!

 

      และเทพกับมารก็เจอกัน ณ ตอนนั้น <<< ไม่เกี่ยว

 

      “เฮ้ย !!! ลู  มาได้ไงเนี่ย” แมวที่หลบอยู่ใต้โต๊ะกระโดดถอยห่างออกมาเมื่อเห็นร่างของน้องตัวเองปะทะเข้ากับโต๊ะ

 

     “โอ๊ย !!” ร่างสูงค่อยๆพยุงตัวขึ้นมาหลังจากกระแทกเข้ากับโต๊ะอย่างแรง ก่อนจะค่อยๆหันหน้ากลับไปตอบพี่สาว

 

      “ก็มาตามหาเธอนั่นแหละ  แล้วก็โดนหนวดเจ้านั่นฟาดมา” พูดพลางชี้นิ้วไปทางจำเลยที่ยังคงไม่หยุดอาละวาด

 

      “นี่นาย...เป็นห่วงพี่หรอ”

 

      “เปล่า  ผมห่วงเจ้านั่นต่างหาก กลัวว่าพี่จะเขมือบหนวดของมัน”

 

     “นี่นายเห็นฉันเป็นคนยังไงกันแน่เนี่ย!!!  ช่างเถอะตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาทะเลาะกัน  ต้องรีบจัดการไอ้เจ้าเบิ้มนั่นก่อน” มิคพูดพลางชี้นิ้วไปที่เจ้าเบิ้มที่ว่า

 

    “รู้แล้วน่า รีบๆเอาชิกกี้ออกมาสิ”

 

     “แล้วทำไมต้องเป็นฉันด้วยล่ะ = [ ] = !”

 

     “ก็ผมเพิ่งโดนมันเหวี่ยงมาจนตัวกระแทกโต๊ะนะ  ขอพักหน่อยแล้วกัน” พูดพลางเจ้าตัวก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น

 

     “เฮ้อ ให้มันได้อย่างนี้สิ” มิคาเอลถอนหายใจน้อยๆ ก่อนที่มือบางจะหยิบอาวุธกล่องของตนเองขึ้นมา

 

     พรึบ !!!  

 

     เปลวไฟธาตุวายุบริสุทธิ์ถูกจุดขึ้นบนแหวน  มือเรียวอัดเปลวไฟเข้าไปในกล่อง  ทันทีที่มิคาเอลเอามือออก  ก็ปรากฏร่างของงูสีเขียวพุ่งออกมาจากกล่องทรงลูกบากศ์

 

      “เอาล่ะ  ปล่อยชิกกี้ออกมาแล้ว  ทีนี้จะสั่งให้จัดการอย่างไงต่อดี”

 

       ในขณะที่มิคาเอลกำลังคิดวิธีที่จะการกับเจ้าหมึกยักษ์อยู่ก็หันไปเห็นอาวุธกล่องของตนกำลังเขมือบปลาหมึกยักษ์เข้าไป หมึกยักษ์ดิ้นเอาเป็นเอาตายเพื่อเอาชีวิตรอดแต่ดูท่าจะไร้ผลใดๆเมื่อชิกกี้เกิดอาการหิวจนหน้ามืด

 

        “เฮ้ย!! ชิกกี้  หยุดนะ ฉันยังไม่ได้สั่งให้กินเลยนะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ !” แต่ช้าไปสำหรับคำห้ามของเจ้าของ  เพราะเจ้างูน้อยตัวสีเขียวนั้นได้เขมือบพี่เบิ้มหมดตัวไปซะแล้ว

 

         “เธอเลี้ยงชิกกี้ให้อดอยาก...” ลูพึมพำ

 

         “หุบปากนายไปเลยนะลู !” มิคาเอลพูดพลางเอามือปิดหน้าผาก

 

         “เอาล่ะ หมดปัญหาแล้วรีบกลับกันเถอะ” ลูซิเฟอร์เอ่ยขึ้นพลางลุกขึ้นหันหลังทำทีท่าว่าจะเดินกลับ แต่ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวขาไปไหน ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง  ทำให้ชายหนุ่มต้องรีบหันกลับไป

 

        “คราวนี้อะไรอีกละเนี่ย” มิคาเอลบ่น

 

        “ศัตรูบุกงั้นเหรอ!?” ลูซิเฟอร์ตะโกนลั่นเมื่อเห็นร่างของชายนับสิบคนในชุดผ้ายืดสีดำคล้ายชุดนักประดาน้ำ ใส่แว่นกันแดดพร้อมผ้าปิดปาก  ด้านหลังสะพายปืนลูกซองยืนล้อมทั้ง 2 พี่น้องเอาไว้

 

       “พวกแกคือสมาชิกคาวัลโลเน่แฟมิลี่ใช่มั้ย ? ” ชายคนหนึ่งถามขึ้น

 

        สองพี่น้องมองกวาดไปทั่วอาภรณ์ของผู้บุกรุก แล้วก็พลันเกิดประโยคๆหนึ่งของโน้ต อุดมขึ้นมาในหัว

 

       ...ชุดแบบนี้...เซาะกราวชัดๆ...

 

       “ถามไปทำไม” มิคตอบพลางประเมินสถาณการณ์ไปด้วย

 

     “บอกที่กบดานของบอสพวกแกมาเดี๋ยวนี้” ชายเซาะกราวคนนั้นพูดขึ้น

 

      ...ถ้าลองมันบุกขึ้นเกาะมาได้ขนาดนี้แล้วมันจะมาถามหาสารบอแร็กซ์อะไร...

 

     “ถ้าไม่บอกแล้วจะมีปัญหามั้ยละครับ คุณเซาะกราว” ลูตอบ

 

     “สรุปพวกแกจะไม่บอกสินะ  งั้นก็ดี  เอาล่ะพวกเรามันเลย” หลังสิ้นเสียงคำสั่งของเซาะกราวผู้เป็นหัวหน้า  เซาะกราวคนอื่นๆก็คว้าปืนลูกซองที่สะพายไว้ด้านหลังขึ้นมา

 

     “ยัยเปี๊ยกรีบสั่งให้ชิกกี้จัดการพวกมันเร็ว !” ลูซิเฟอร์สั่งพี่สาว

 

     “ไม่ได้ ! ชิกกี้มันยังอืดปลาหมึกอยู่เลยยังขยับไปไหนไม่ได้” เสียงที่เป็นเหมือนฟ้าผ่าตอนกลางวันตะโกนตอบกลับมา

 

      “บ้าจริง!! ถ้าไม่ติดที่ฉันเจ็บหลังอยู่ละก็นะพวกแกไม่รอดแน่” ลูตะโกนพลางนึกหาวิธีที่จะจัดการไอ้พวกเซาะกราว

 

       ทันใดนั้นทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงลั่นไกขึ้นจากทั้งรอบด้าน  ถึงแม้อาการภายนอกจะยังคงแน่นิ่ง ช็อกค้าง แต่ภายในใจของทั้งคู่กลับกระวนกระวายว่าชีวีนี้คงสิ้นเสียตรงนี้

 

       อา...เราจะไปสวรรค์(หรือนรก)ด้วยกันแล้วนะ

 

       แต่ทว่าทั้งคู่ก็ได้ยินแค่เสียงลั่นไกเท่านั้น ไร้วี่แววของกระสุนปืนตามหลังมา!!

 

      “บรรลัยแล้วครับท่านหัวหน้า  ปืนด้านครับ กระสุนไม่ออก !” นายทหารเซาะกราวนายหนึ่งตะโกนขึ้น

 

      “คงเป็นเพราะพวกเราดำน้ำมากันแล้วลืมเอาพลาสติกห่อปืนไว้น่ะครับเลยทำให้ปืนด้าน” เซาะกราวอีกนายเสริม

 

      “ไม่เป็นไร  พวกมันมีแค่สองคนเอง  จัดการด้วยมือพวกเราสบายมาก  รุมเลย” แล้วคุณหัวหน้าเซราะกราวก็สั่งต่อ

 

       “พวกแกคงไม่ต้องรุมแล้วล่ะ” สิ้นเสียงเข้มของลูซิเฟอร์  ก็มีน้ำอะไรบางอย่างกระเด็นไปกระทบกับเสื้อดำน้ำของเหล่าเซาะกราวทั้งหลายจนขาดเป็นรู  ด้วยอาณุภาพความร้อนของเปลวเพลิงธาตุวายุที่เคลือบหยดน้ำเหล่านั้นทำให้เหล่าเซาะกราวทั้งหลายสะดุ้งเฮือกลุกขึ้นมาเต้นรูดเสา เต้นแร้งเต้นกากันยกใหญ่  ประมาณใครแดนซ์เลิศที่สุดแจกทอง (?)

 

        “นี่มันน้ำอะไร  ทำไมมันถึงได้ร้อนอย่างนี้ !!!” หัวหน้าเซาะกราวตะโกนขึ้น

 

        “ดูทางนั้นสิครับท่านหัวหน้า  มันมีงูอีกตัวอยู่ด้วย” เซาะกราวนายหนึ่งพูดพลางชี้ไปทางกองใบไม้แห้งที่ปรากฏร่างของงูธาตุวายุสองตัวอยู่  ตัวหนึ่งนอนอืด  ส่วนอีกตัวหนึ่งทำท่าขู่เตรียมฉกเต็มที่

 

        “โอ๊ย!!! ร้อน !!” เสียงร้องของเหล่าศัตรูดังขึ้นอีกเมื่องูจงอางตัวน้อยพ่นพิษใส่อีกครั้งหนึ่ง

 

        “โอ๊ย !!! ทนไม่ไหวแล้ว  ร้อนแท้ๆ  ถอยทับกลับไปเล่นนางเงือกน้อยที่บ้านเราดีกว่า ถอยๆๆๆ” สิ้นคำสั่งของหัวหน้า เหล่าเซาะกราวทั้งหลายต่างพากันวิ่งหนีลงทะเลแล้วหายลับไป

 

       “ที่แท้ก็ควายเผือกนี่หว่า” ลูซิเฟอร์ตะโกนกลับไปพลางเก็บอิจิงูจงอางของตนเองเข้ากล่อง

 

       “นี่ฉันเจออะไรเนี่ย...” มิคาเอลพึมพำกับตัวเองแบบไม่ใช่สายตา

 

      “งานเสร็จแล้ว รีบไปรายงานผลกันดีกว่า” ลูพูดพลางหันหลังเดินกลับไปที่บริเวณจัดงาน

 

      “รู้แล้วน่า” มิคพูดพลางเดินตามลูไปติดๆ โดยไม่ลืมเก็บชิกกี้ที่ยังคงนอนอืดเข้ากล่องไปด้วย

 

      “ว่าแต่ พี่มีปืนไม่ใช่หรอ ทำไมไม่เอามาสู้ล่ะ” ร่างสูงเปิดประเด็นคำถาม

 

     “ส่งไปตรวจสอบคุณภาพน่ะ  ยังไม่ได้ไปเอาคืนมา  อย่าว่าแต่ฉันเลยของนายก็มี ทำไมไม่เอามาใช้”  

 

     “ก็ผมเจ็บอยู่นี่  ขนาดจะยกมันขึ้นมายังไม่ไหวเลย  ว่าแต่พี่ส่งปืนไปตรวจสภาพตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

      “เดือนที่แล้ว...”

 

      “แล้วทำไมไม่รู้จักไปเอาซะที  นี่มันนานแล้วนะ !!!” ลูตวาด

 

      “ก็มันไม่ว่างนี่  ถ้านายว่างมากก็ไปเอาให้หน่อยสิ!” มิคโต้กลับ

 

       และในบริเวณระหว่างทางที่ทั้งคู่เดินผ่านนั้นก็มีแต่เสียงของทั้ง 2 พี่น้อง ที่เถียงกันไปเถียงกันมาเรื่องปืนไม่ยอมจบสักที

 

      “ลูคุง...มิคจัง”เสียงทุ้มเข้มของโรมาริโอ้เรียกขึ้นทำให้พี่น้องหักเหลี่ยมโหดต้องพักยกแล้วหันกลับไปมอง

 

      “ครับ/คะ?”

 

      “คือว่าเด็กๆน่ะ...”

 

 

 

 

         ภายในบริเวณที่หลบภัย เด็กๆทั้งหลายต่างตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวและตื่นตระหนก นัยน์ตาหลายคู่มีความหวาดกลัวฉายชัด ถึงแม้ว่าเหล่าทายาทของหลายแฟมิลี่จะพยายามทำตัวให้เข้มแข็งแต่บรรดาเด็กน้อยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่หลายคนก็มีน้ำตาไหลเอ่อ บางคนก็สะอื้นไห้และร่ำร้องว่าอยากกลับบ้านเสียที

 

         นัยน์ตาสีถ่านสองคู่เบือนสบกันอย่างเคร่งเครียด...

 

         พวกเขาสองคนพี่น้องต่างได้รับมอบหมายให้จัดงานวันเด็ก แต่นี่ยังปล่อยให้เกิดความผิดพลาดจนมีสัตว์กล่องอาละวาดแถมยังมีศัตรูที่เซาะกราวมาจนบริเวณที่จัดงานพังไปเป็นแถบ เท่านี้ก็รู้สึกว่ามีความผิดจนแทบจะโดดน้ำตายอยู่แล้ว

 

        แล้วยังทำให้เด็กๆที่ไม่เกี่ยวของต้องมามีความทรงจำที่ไม่สวยงาม น่ากลัวอย่างนี้

 

       พวกเขาสองคนแย่จริงๆ

 

         “อย่าร้องนะจ้ะ อย่าร้อง”มิคาเอลพยายามงัดสกิลพี่สาวออกมาใช้เพื่อปลอบโยน

 

         “ไม่เป็นไรแล้วนะครับ ปลอดภัยแล้ว”ลูซิเฟอร์ก็หาทางช่วยอีกแรงโดยการลูบหัวและมอบรอยยิ้มให้กับเด็กๆแต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ทั้งสองคนทำจะช่วยได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

         “ต้องทำให้เด็กๆหัวเราะ...”ลูซิเฟอร์เอ่ยบอกพี่สาว   

        

         มิคาเอลเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ตวัดสายตาจ้องสบเข้าไปมองยังนัยน์ตาของน้องชาย

 

        “เราจะใช้สิ่งนั้น...”

 

        “เอาจริงๆเหรอ?...”

 

         ลูซิเฟอร์เอ่ยถาม สิ่งที่รับคือความเด็ดเดี่ยวของผู้เป็นพี่ ร่างบางพนักหน้ารับอย่างจริงจังแสดงถึงสิ่งที่ตัดสินใจลงไปอย่างเด็ดขาด

 

        ทั้งจอมมารและจอมเทพสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ๆพร้อมกัน หลับตาแน่นราวกับกำลังจะรับไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำ ทั้งคู่ค่อยๆเอามือสองข้างเท้าเอวของตัวเอง สองขาแยกกว้างเท่ากับไหล่ แล้วเริ่มต้นพร้อมกัน

“ไก่ย่างถูกเผา ไก่ย่างถูกเผา มันจะถูกไม้เสียบ เอ้า!!!....”

 

 

...และแล้วความทรงจำอันน่ากลัวของเด็กๆก็ถูกแทนที่ด้วยความทรงจำอันเลวร้ายยิ่งกว่างานวันเด็กที่หัวเราะได้ดังที่สุด...

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

กร๊ากกกก นี่ฉันให้ลูกฉันทำอะร๊ายยยยย

//ขำดิ้นๆ

 

เนื้อเรื่องจริงๆคืออย่างนี้ค่ะ บนนั้นคือแก้ไขไปนิดหน่อย อยากอ่านก็คลุมดำ ไม่อยากเสียสายตาก็อย่าทำนะค๊า XD

และเทพกับมารก็เจอกัน ณ ตอนนั้น <<< ไม่เกี่ยว

“เฮ้ย !!! ไอ้ลู  มาได้ไงเนี่ย” แมวที่หลบอยู่ใต้โต๊ะกระโดดถอยห่างออกมาเมื่อเห็นร่างของน้องตัวเองปะทะเข้ากับโต๊ะ

“โอ๊ย !!” ร่างสูงค่อยๆพยุงตัวขึ้นมาหลังจากกระแทกเข้ากับโต๊ะอย่างแรง ก่อนจะค่อยๆหันหน้ากลับไปตอบพี่สาว

 “ก็มาตามหาเธอนั่นแหละ  แล้วก็โดนหนวดเจ้านั่นฟาดมา” พูดพลางชี้นิ้วไปทางจำเลยที่ยังคงไม่หยุดอาละวาด

“นี่นาย...เป็นห่วงพี่หรอ”

“เปล่า  ผมห่วงเจ้านั่นต่างหาก กลัวว่าพี่จะเขมือบหนวดของมัน”

“ห๊า!!! นี่นายเห็นฉันเป็นคนยังไงกันแน่เนี่ย  แต่ช่างเถอะตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาทะเลาะกัน  ต้องรีบจัดการไอ้เจ้าเบิ้มนั่นก่อน” มิคพูดพลางชี้นิ้วไปที่เจ้าเบิ้มที่ว่า

“อืม รู้แล้วน่า รีบๆเอาชิกกี้ออกมาสิ”

“แล้วทำไมต้องเป็นฉันด้วยล่ะ = [ ] = !”

“ก็ผมเพิ่งโดนมันเหวี่ยงมาจนตัวกระแทกโต๊ะนิ  ขอพักหน่อยแล้วกัน” พูดพลางเจ้าตัวก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น

“เฮ้อ ให้มันได้อย่างนี้สิ” มิคาเอลถอนหายใจน้อยๆ ก่อนที่มือบางจะหยิบอาวุทกล่องของตนเองขึ้นมา

พรึบ !!!  เปลวไฟธาตุวายุบริสุทธิ์ถูกจุดขึ้นบนแหวน  มือเรียวอัดเปลวไฟเข้าไปในกล่อง  ทันทีที่มิคาเอลเอามือออก  ก็ปรากฏร่างของงูสีเขียวพุ่งออกมาจากกล่องทรงลูกบากศ์

“เอาล่ะ  ปล่อยชิกกี้ออกมาแล้ว  ทีนี้จะสั่งให้จัดการอย่างไรดีนะ” ในขณะที่มิคาเอลกำลังคิดวิธีที่จะการกับเจ้าพี่เบิ้มอยู่ก็หันไปเห็นอาวุทกล่องของตนกำลังเขมือบปลาหมึกยักษ์เข้าไป

“เฮ้ย!! ชิกกี้  หยุดนะ ฉํนยังไม่ได้สั่งให้กินเลยนะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ !” แต่ช้าไปสำหรับคำห้ามของเจ้าของ  เพราะเจ้างูน้อยตัวสีเขียวนั้นได้แดร็กพี่เบิ้มหมดตัวไปซะแล้ว

“นั่นไงเดาไม่ผิด  สัตว์เลี้ยงนี่นิสัยเหมือนเจ้าของจริงๆสินะ” ลูพึมพำ

“หุบปากนายไปเลยนะลู !” มิคาเอลพูดพลางเอามือปิดหน้าผาก

“เอาล่ะ หมดปัญหาแล้วรีบกลับกันเถอะ” ลูซิเฟอร์เอ่ยขึ้นพลางลุกขึ้นหันหลังทำทีท่าว่าจะเดินกลับ แต่ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวขาไปไหน ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง  ทำให้ชายหนุ่มต้องรีบหันกลับไป

“คราวนี้อะไรอีกละเนี่ย” มิคาเอลบ่น

“ศัตรูบุกงั้นหรอ !” ลูตะโกนลั่นเมื่อเห็นร่างของชายนับสิบคนในชุดผ้ายืดสีดำคล้ายชุดนักประดาน้ำ ใส่แว่นกันแดดพร้อมผ้าปิดปาก  ด้านหลังสะพายปืนลูกซองยืนล้อมทั้ง 2 พี่น้องเอาไว้

“พวกแกคือสมาชิกคาวัลโลเน่แฟมมิลี่ใช่มั้ย ? ” ชายคนหนึ่งถามขึ้น

“ถ้าใช่แล้วจะทำไมล่ะ ไอ้พวกเซาะกราว” มิคตะโกนตอบ

“บอกที่กบดานของบอสพวกแกมาเดี๋ยวนี้” ชายเซาะกราวคนนั้นพูดขึ้น

“ถ้าไม่บอกแล้วจะมีปัญหามั้ยละครับ คุณเซาะกราว” ลูตอบ

“สรุปพวกแกจะไม่บอกสินะ  งั้นก็ดี  เอาล่ะพวกเราแดกยางลบมันแมร่งเลย เฮ้ย ไม่ใช่ จัดการมันเลย” หลังสิ้นเสียงคำสั่งของเซาะกราวผู้เป็นหัวหน้า  เซาะกราวคนอื่นๆก็คว้าปืนลูกซองที่สะพายไว้ด้านหลังขึ้นมา

“แย่ล่ะสิ  ยัยเปี๊ยกรีบสั่งให้ชิกกี้จัดการพวกมันเร็ว !” ลูสั่งพี่สาว

“ไม่ได้ ! ชิกกี้มันยังอืดปลาหมึกอยู่เลยยังขยับไปไหนไม่ได้” เสียงที่เป็นเหมือนฟ้าผ่าตอนกลางวันตะโกนตอบกลับมา

“บัดซบ !! ถ้าไม่ติดที่ฉันเจ็บหลังอยู่ละก็นะพวกแกไม่รอดแน่” ลูตะโกนพลางนึกหาวิธีที่จะจัดการไอ้พวกเซาะกราว

ทันใดนั้นทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงลั่นไกขึ้นจากทั้งรอบด้าน  ถึงแม้อาการภายนอกจะยังคงแน่นิ่ง (หรือช็อกค้าง) แต่ภายในใจของทั้งคู่กลับกระวนกระวายว่าชีวีนี้คงสิ้นเสียตรงนี้  แต่ทว่าทั้งคู่ก็ได้ยินแค่เสียงลั่นไกเท่านั้น no ลูกปืนตามหลังมา

“บรรลัยแล้วครับท่านหัวหน้า  ปืนด้านครับ กระสุนไม่ออก !” นายทหารเซาะกราวนายหนึ่งตะโกนขึ้น

“คงเป็นเพราะพวกเราดำน้ำมากันแล้วลืมเอาพลาสติกห่อปืนไว้น่ะครับเลยทำให้ปืนด้าน” เซาะกราวอีกนายเสริม

“ไม่เป็นไร  พวกมันมีแค่ 2 คนเอง  จัดการด้วยมือพวกเราสบายมาก  รุมแมร่งเลย” แล้วคุณหัวหน้าเซราะกราวก็สั่งต่อ

“พวกแกคงไม่ต้องรุมแล้วล่ะ” สิ้นเสียงเข้มของลูซิเฟอร์  ก็มีน้ำอะไรบางอย่างกระเด็นไปกระทบกับเสื้อดำน้ำของเหล่าเซาะกราวทั้งหลายจนขาดเป็นรู  ด้วยอานุภาพความร้อนของเปลวเพลิงธาตุวายุที่เคลือบหยดน้ำเหล่านั้นทำให้เหล่าเซาะกราวทั้งหลายสะดุ้งเฮือกลุกขึ้นมาเต้นรูดเสา เฮ้ย เต้นแร้งเต้นกากันยกใหญ่  ประมาณใครแดนซ์เลิศที่สุดแจกทอง (?)

“นี่มันน้ำอะไรฟร่ะ  ทำไมมันถึงได้ร้อนอย่างนี้ !!!” หัวหน้าเซาะกราวตะโกนขึ้น

“ดูทางนั้นสิครับท่านหัวหน้า  มันมีงูอีกตัวอยู่ด้วย” เซาะกราวนายหนึ่งพูดพลางชี้ไปทางกองใบไม้แห้งที่ปรากฏร่างของงูธาตุวายุ 2 ตัวอยู่  ตัวหนึ่งนอนอืด  ส่วนอีกตัวหนึ่งทำท่าขู่เตรียมฉกเต็มที่

“โอ๊ย!!! ร้อนแท้ !!” เสียงร้องของเหล่าศัตรูดังขึ้นอีกเมื่องูจงอางตัวน้อยพ่นพิษใส่อีกครั้งหนึ่ง

“โอ๊ย !!! ทนไม่ไหวแล้ว  ร้อนแท้ๆ  ถอยทับกลับไปเล่นนางเงือกน้อยที่บ้านเราดีกว่า ถอยๆๆๆ” สิ้นคำสั่งของหัวหน้า เหล่าเซาะกราวทั้งหลายต่างพากันวิ่งหางจุกตูดลงทะเลแล้วหายลับไป

“ที่แท้ก็ควายเผือกนี่หว่า  ถุย” ลูซิเฟอร์ตะโกนกลับไปพลางเก็บอิจิงูจงอางของตนเองเข้ากล่อง

“ตอนมาก็ทำเป็นเท่ห์เชียว  สุดท้ายความสามารถก็มีแค่เซาะกราวไปวันๆ” มิคเสริม

“เอ่อ จริงสิ งานเสร็จแล้วนี่ รีบไปรายงานผลกันดีกว่า” ลูพูดพลางหันหลังเดินกลับไปที่บริเวณจัดงาน 

“รู้แล้วน่า” มิคพูดพลางเดินตามลูไปติดๆ โดยไม่ลืมเก็บชิกกี้ที่ยังคงนอนอืดเข้ากล่องไปด้วย

 ขอจบการนำเสนอของลูกทั้งสองคนเพียงเท่านี้ค่ะ //โค้งๆ//
 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Dino22_thbot : เสียดายนะ ฉันนึกว่าจะได้กินทาโกะยากิแล้วเชียว เสร็จเจ้าชิกกี้จนได้ แต่ขอบใจมากนะที่ช่วยเด็กๆ และแฟมิลี่ของเราจากพวก *เลิกคิ้ว* เอ่อ เซาะกราวแฟมิลี่(?)

ไก่ย่างพี่น้องเป็นเซอไพรซ์มากเลย

#1 By Cavallone_Family on 2012-02-01 15:50

ทหารเซาะกราวจริงๆ

#2 By kanoon a-chang on 2012-02-01 22:15

วิซ : อ..อ...อ๋ายยยย น่ารักกกกกก ทั้งมิคจังแล้วก็ลูจังน่ารักจังเลยยยย ><!

เวส : ขอชื่นชมในความกล้าหาญและความพยายามนะครับ ทั้งสองคน~ *ยิ้ม*


#3 By TWINs on 2012-02-01 22:24

free counters

Favourites