Saliam Green View my profile

[RMC]ส่งธีม EPW ลูซิเฟอร์ เจเนซิส

posted on 04 Feb 2012 22:35 by saliamgreen-enjoy  in RMC
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
Photobucket
และ
Photobucket
ชื่อคู่มวย: กินแกะหรือแกะกิน
OC : ลูซิเฟอร์ เจเนซิส
ธีมที่ใช้ได้
 
1. ซาลาเปา 2. ครูพิเศษ 3. ยาสาย C++ 4. หมวกกะทะ 5. แสยะ 6. มาร์ชเมลโล่ 7. อาเบะ 8. วาสลีน 9. สมถะ 10. เพื่อนรัก 11. เครื่องบินส่วนตัว 12. ขายลูก(กระจ๊อก)กิน 13. เพื่อนกูรักมึงว่ะ 14. ทวินเทล 15. หัตถ์ตะวัน 16. my precious 17. เทนทาเคิล 18. ป้ายไฟ 19. พจมา(ร)น 20. เล็บขบ
 
ทั้งหมด 9 ธีมค่ะ [แต่งไม่ออกเลย //พราก]

1.ซาลาเปา

       เท้าในรองเท้าหนังสีดำเดินย่ำต๊อกๆไปตามถนนของกรุงโรม วงหน้าเรียวมีเหงื่อไหลเหมือนน้ำประปาแตกจนต้องยกมือขึ้นเอาผ้าเช็ดหน้ามาซับทุกสามนาที แก้มขึ้นสีแดงปลั่ง ดวงตาสีนิลมีแต่แววขุ่นมัว ในหัวคิดถึงสาเหตุที่ทำให้เขาต้องมาเดินย่ำบนถนนในยามตะวันตรงหัวแดดร้อนเปรี้ยงๆอย่างนี้

 

       ‘ลูจ๋า...ฉันอยากกินซาลาเปาอ่ะ’มิคาเอลถลาเข้ามาเกาะแขนเขาพร้อมส่งสายตาออดอ้อน

      ‘ไปซื้อซะสิ’

      ‘แดดมันร้อน ลูไปซื้อให้หน่อยนะ’

      ‘ฉันขี้เกียจ’

      ‘ลู...’เสียงเรียกชื่อเขาอย่างตัดพ้อพร้อมทั้งน้ำตาที่เริ่มมาคลอหน่วย

      ‘ไปซื้อให้ก็ได้...’ชายหนุ่มรีบเอ่อยตกลง น้ำตาของพี่สาวเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากเห็นมากที่สุด

     ‘ขอบคุณจ้ะ’มิคาเอลสลัดน้ำตาทิ้งประหนึ่งดาราออสก้าแล้วกระโดดมาหอมแก้มเขาฟอดใหญ่

 

       ลูซิเฟอร์ไม่เข้าใจว่าซาตานหรือเทพองค์ไหนมาดลใจให้มิคาเอลอยากกินซาลาเปาในเวลานี้ แล้วที่สำคัญเขาอยากจะรู้เหมือนกันว่าซาตานหรือเทพองค์ไหนที่มาดลใจให้เขามาเดินย่ำหาซาลาเปาในกรุงโรม

       มันคงมีหรอก!

       ลูซิเฟอร์มองเงินในกระเป๋าเงินแล้วตัดสินใจ

       วันนี้นอนข้างนอกดีกว่า...

 

 

5.แสยะ

       “นี่ ลูซิเฟอร์ ทำไมนายถึงไม่ค่อยเรียกฉันว่าพี่เลยล่ะ”มิคาเอลที่นั่งกอดหมอนอยู่บนเตียงถามน้องชายที่เพิ่งจะเดินออกมาจากห้องน้ำ

       “แล้วทำไมฉันต้องเรียกเธอว่าพี่ตลอดด้วยล่ะ นานๆยอมเรียกทีก็ดีถมไปแล้วนะ”

       “ฉันเกิดก่อนนายนะ”

       “แค่ 5 นาที”ลูซิเฟอร์เถียงด้วยใบหน้านิ่งเฉย

       “แค่ 5 นาทีนายก็ควรจะเรียกฉันว่าพี่สิ”

       “ฉันไม่เรียก”

       “เรียกฉันว่าพี่สิ แล้วก็เลิกข่มฉันสักทีนะ!”มิคาเอลลุกขึ้นมากระทืบเท้าอย่างขัดใจ

       “เสียใจด้วยนะยัยเปี๊ยก”ลูซิเฟอร์ก้มลงไปเอานิ้วจิ้มหน้าผากพี่สาวจนหงายหลังตึงลงไปกับเตียง

       “ลูบ้า!”มิคาเอลขว้างหมอนใส่อย่างที่ไม่รู้จะทำยังไง

       “โอ๊ะๆ นิสัยไม่ดีเลยนะมิค”ชายหนุ่มหลบหมอนที่ปลิวมาได้อย่างฉิวเฉียดก่อนจะจุ๊ปากปรามพี่สาว

       “เดี๋ยวเสียงจะดังไปรบกวนคนอื่นเขานา...”

       “ฮึ่ย!...”มิคาเอลกระแทกก้นนั่งลงบนเตียง

       “เอาอย่างงี้ ฉันเรียกเธอว่าพี่ก็ได้ ดีไหม?”เหมือนข้อเสนอที่แสนหวานลอยอยู่ตรงหน้าทำให้ไม่รอช้าที่จะกระโดดคว้าไว้ มิคาเอลพยักหน้าหงึกหงัก

       “งั้น...พี่ครับ”ลูซิเฟอร์เรียกเสียงหวานพร้อมรอยยิ้มที่หวานฉ่ำไม่แพ้น้ำเสียง

       “อยะ...อย่านะ อย่ามาแกล้งฉันอย่านี้”มิคาเอลรีบห้ามน้องชาย

       “หือ ว่าอะไรนะครับพี่ ผมไม่ได้ยินเลย”ลูซิเฟอร์เอ่ยถามยิ้มๆพร้อมทั้งเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ๆ

       “อย่าน้า!!!”

       นอกจากจะไม่นำพาต่อเสียงร้องนั้นแล้วลูซิเฟอร์ยังยิ้มแสยะอันเป็นเอกลักษณ์ประจำด้วยของปีศาจส่งให้พี่สาวอีกด้วย

 

8.วาสลีน

                “กลับมาแล้วนะ” เสียงเข้มตะโกนขึ้น  ร่างสูงของมาเฟียหนุ่มนามลูซิเฟอร์  เจเนซิส  เดินเข้ามาภายในห้อง ใบหน้าเข้มหันซ้ายทีขวาทีก่อนจะนึกแปลกใจว่าทำไมวันนี้ห้องมันเงียบมาก  ผิดกับปกติที่แมวตัวดีจะวิ่งว่อนเล่นกับชิกกี้งูสีเขียวตัวน้อยของหล่อนไปทั่วห้อง

                “วันนี้ยัยเปี๊ยกไม่อยู่หรอ ?” ลูซิเฟอร์พึมพำ  “แต่ก็ดี ฉันจะได้พักอย่างสงบบ้าง” พูดพลางเจ้าตัวก็เดินขึ้นไปเก็บของข้างบนห้อง

                มือหนาเหวี่ยงกระเป๋าเป้คู่ใจลงบนเตียงสีไฟลินสด  ก่อนจะลงไปนอนเอกเขนกตามกระเป๋าไป  ในขณะที่เปลือกตาหนาค่อยปิดลงก็ปรากฏเสียงก่อกวนดังขึ้น จนทำให้เจ้าตัวต้องสะดุ้งตื่น

                “กลับมาแล้วววววว!!!”

                “ยัยบ้า  จะตะโกนทำไมคนจะหลับจะนอน  ว่าแต่เอาถุงอะไรมาด้วยน่ะ ?” ลูซิเฟอร์โผล่หัวออกมาตะโกนว่าแมวที่กำลังลั้นล้าอยู่มี่ข้างนอกห้อง

                “นี่น่ะมันเป็นถุงซองจดหมาย”

                “แล้วเธอจะเอามาทำอะไรล่ะ”

                “ฮิฮิ เดี๋ยวก็รู้” มิคพูดพลางเดินอย่างลั้นลา (?) เข้าไปในห้องนั่งเล่นทรุดนั่งลงบนเบาะรองนั่ง  ก่อนจะเอื้อมไปหยิบซองใส่เอกสารขนาดย่อม  มือบางหยิบฉลากพลาสติกของโลชั่นทาผิวยี่ห้อวาสลีนจำนวนมหึมาออกจากซองใส่เอกสารนั้น  มือเรียวคว้าปากกาเมจิกสีดำที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ขึ้นมาก่อนจะค่อยๆบรรจงเขียนชื่อตัวเองลงบนฉลากพลาสติก

                “นี่เธอทำอะไรเนี่ย ?” ลูชะโงกหน้าเข้ามาดูแมวที่กำลังตั้งใจเขียนชื่อของตนเอง

                “ก็เขียนชื่อไงถามได้”

                “แล้วจะเขียนไปทำไมล่ะ”

                “ก็ช่วงนี้วาสลีนเข้ามีการจับราวัลหาผู้มาเป็นพรีเซนเตอร์โฆษนาผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเขาอยู่  ฉันก็เลยว่าจะเขียนส่งไปเผื่อได้”

                “งั้นฉันว่าเธออย่าเขียนส่งไปดีกว่า  เพราะส่งไปยังไงเธอก็ไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ”

                “หึ แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าฉันจะไม่ได้” มิคค้อน

                “ก็มันหมดเขตส่งไปตั้ง  2 อาทิตย์กว่าแล้วนี่  แถมเขาก็จับได้คนที่จะไปเป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่แล้วด้วย” ลูพูดพลางหยิบหนังสือพิมพ์หน้าข่าวบันเทิงยื่นให้ดูเป็นหลักฐาน 

                ตาคู่สวยมองดูข่าวในหนังสือพิมพ์อยู่พักใหญ่ (เพราะ ช็อกค้าง) ก่อนที่เสียงหวานจะระเบิดร้องครวญครางเหมือนแมวโดนน้ำร้อนลวก (?)

                “ไม่น้า!!!!!!!!!!  ถ้าเป็นแบบนี้สิ่งที่ฉันทำไปมันก็สูญเปล่านะสิ !!!!” และแล้วคฤหาสน์ที่เคยเงียบสงบก็ดังระงมไปด้วยเสียงหวีดร้องของมิคาเอลจนทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาอยู่แถวนั้นขวัญหนีดีฟ่อและไม่กล้าเดินผ่านห้องนี้อีกเลยเป็นเวลานาน

 

10.เพื่อนรัก

                แสงตะวันยามเช้าส่อทอเป็นประกายสีทองอ่อนๆ กระทบกับกลีบดอกไม้หลากสีที่แข่งกันเบ่งบาน  เหล่าผีเสื้อ  ตัวต่อ ผึ้ง  และแมลงอื่นๆ ต่างพากันบินว่อนดูดน้ำหวานจากดอกไม้เหล่านั้น  ร่างสูงของหนุ่มน้อยผมสีดำสนิด นามลูซิเฟอร์   เจเนซิส  ซึ่งในมือถือช่อดอกไม้สีขาวนวลขนาดเล็ก  เดินผ่านทุ่งดอกไม้เหล่านั้นไปยังแผ่นหินแห่งหนึ่งที่ตั้งตระง่าอยู่บนกอหญ้าสีเขียวสด  ร่างสูงทรุดนั่งลงบนพื้นหญ้าข้างๆแผ่นหินนั่น  มือหนาค่อยๆบรรจงวางช่อดอกไม้ลงบนเนินหญ้า ก่อนจะค่อยๆเอามือลูบไปตามแผ่นหินสลักชื่อ

                “นี่ก็ 2 ปีแล้วสินะ  ชั้นขอโทษนะ  เพราะชั้นแท้ๆ นายถึงได้มาตกอยู่ในสภาพอย่างนี้ราฟาเอล” เสียงเข้มพึมพำออกมา  ลูซิเฟอร์เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าก่อนจะค่อยๆหลับตาลงรำลึกถึงความทรงจำเก่าๆ

 

 

                “เฮ้ ! นี่ลู  นายมานั่งทำอะไรตรงนี้เนี่ย” เสียงเข้มของชายหนุ่มผมสีเขียวขี้ม้าทักเจ้าของเรือนผมสีดำสนิดที่นั่นพักผ่อนอยู่ตรงบริเวณโคนต้นไม้

                “จะนั่งทำอะไรมันก็เรื่องของฉันเซ่  นายน่ะไปไกลๆเลย รำคาญ” ลูพูดพลางหันหน้าหนีเจ้าของเสียง

                “อย่าพูดอย่างนั้นสิลู  ฉันแค่เป็นห่วงนายนะ  เห็นช่วงนี้ทะเลาะกับพี่สาวบ่อยไม่ใช่หรอ  แล้วอีกอย่างนายก็มีภาระกิจที่ต้องไปจัดการไอ้หัวหน้าใหญ่ของขบวนการค้ายาไม่ใช่หรอ  ตีกับพี่สาวบ่อยอย่างนี้มันจะสำเร็จมั้ย”

                สิ้นเสียงของราฟาเอล ร่างที่นั่งอยู่ก็ลุกพลวดขึ้นมาขว้าคอเสื้อของผู้เป็นเพื่อน

                “นายน่ะ ไม่ต้องมายุ่งกับเรื่องของฉัน  อีกอย่างภารกิจของฉันต่อให้ไม่มียัยเปี๊ยกนั่นฉันก็ทำเองได้” พูดจบก็ปล่อยคอเสื้อของเพื่อนตนเอง

                “ก็ตามใจนายแล้วกัน  แต่ถ้ามีอะไรฉันยินดีช่วยนายเสมอนะ” ราฟาเอลพูดทิ้งท้ายให้คนที่ยังอารมณ์บ่จอยอยู่ในตอนนี้ก่อนจะเดินกลับไป

                .

                .

                .

                “ราฟาเอล ! นายอย่าเป็นอะไรนะ  ทำใจดีๆไว้สิ” เสียงเรียกกระสับกระส่ายของลูซิเฟอร์ดังขึ้น

                “ลู  ฉันดีใจนะที่นายไม่เป็นอะไร  แล้วก็ดีใจที่ได้ช่วยชีวิตนายในครั้งนี้ด้วย”

                “ทำไมนายต้องช่วยฉันด้วย  ทำไมนายต้องเอาตัวมาบังกระสุนให้ฉันด้วยล่ะ ? นายนี่มันโง่จริงๆ”

                “ก็นายเป็น...เพื่อน...รักที่สุด...ของฉันไงล่ะ...ละ...ลู” สิ้นเสียงคำตอบเปลือกตาหนาก็ค่อยๆปิดลงพร้อมกับลมหายใจและชีพจรที่หายไปเช่นกัน   เพราะอาการเช่นนั้นทำให้ลูซิเฟอร์รู้ว่าเพื่อนสุดที่รักของเขานั้นได้จากไปแบบไม่มีวันกลับเสียแล้ว

 

 

                ภาพความทรงจำกับคำพูดสุดท้ายยังคงติดตาของลูซิเฟอร์อยู่ตั้งแต่วันนั้นจนถึงตอนนี้มันก็ยังไม่จางหายไป  ร่างสูงเอามือปาดน้ำตาเป็นครั้งสุดท้ายแล้วลุกขึ้นยืน  หันหลังให้หลุมศพแล้วเดินกลับไปโดยไม่ลืมคำพูดทิ้งท้ายว่า

                “ไว้คราวหน้าฉันจะมาหาใหม่นะ  เพราะนายเองก็เป็นเพื่อนรักที่สุดของฉันเหมือนกัน”

 

12. ขายลูก(กระจ๊อก)กิน

       ในค่ำคืนที่อากาศเย็นสบายคืนหนึ่ง นาฬิกาตีบอกว่าเวลาตีหนึ่งแต่ภายในห้องพักยังคงมีแสงไฟจากโคมไฟดวงเล็กสีส้มสลัวๆเปิดทิ้งเอาไว้ให้สองพี่น้องอ่านหนังสือก่อนนอน(?)

       “ลู นายคิดว่าบอสเราเป็นคนยังไง”มิคาเอลเปิดประเด็นขึ้นหลังจากที่อ่านหนังสือสำหรับมาเฟียหัวข้อ ‘ผู้บังคับบัญชาของคุณเป็นคนยังไง’

       “ถามทำไม...”ลูซิเฟอร์เอ่ยถามกลับพี่สาว

       “ฉันอยากรู้ในทัศนคติของนาย”

       ลูซฺเฟอร์คิดเพื่อกลั่นกรองออกมาเป็นคำพูดง่ายๆให้มิคาเอลเข้าใจ

       “ก็เป็นคนที่ดีนะ เป็นผู้นำ รักลูกน้อง รักเดียวใจเดียว”

       มิคาเอลพยักหน้ารับเนิบๆแล้วถามใหม่

       “บอสรักฮิบาริซังแค่ไหนน่ะ?”

       “ไปถามบอสสิ แต่ฉันว่ารักมากนะ”ลูซิเฟอร์ตอบพี่สาวที่ตอนนี้กลายเป็นเจ้าหนูจำไม ถามอยู่ได้ยัยเปี๊ยกนี่!

       “แล้วรักมากนั่น รักแค่ไหนอ่ะ”

       “ฉันจะไปรู้ได้ยังไงเล่า! ฉันไม่ใช่บอสนะ!”

       “งึมงำๆ ถามแค่นี้ก็ต้องดุด้วย”มิคาเอลบ่นพึมพำ

       “คงประมาณว่าอยากได้อะไรบอสคงขวนขวายถวายมาให้ล่ะมั้ง”ลูซิเฟอร์บอกเมื่อเห็นว่าฝาแฝดของตัวเองเริ่มงอนตุ๊บป่อง

       “แล้วถ้าของมันแพงล่ะ”

       “บอสก็คงจะไปหาทางมาจนได้ล่ะน่า”

       “แล้วถ้ามันแพงมาก...จนแฟมิลี่เราไม่มีเงินเหลือ...”มิคาเอลเว้นช่วง

       “ทำไม?”

       “บอสจะขายลูกน้องอย่างพวกเรากินมั้ยอ่ะ?”

 

14. ทวินเทล

       ลูซิเฟอร์นอนรอพี่สาวฝาแฝดของตัวเองอาบน้ำไปพลางอ่านหนังสือไปพลางอยู่บนเตียง ผิวปากเป็นเพลงเบาๆไปด้วย

       “ลูจ๋า...เป่าผมให้หน่อยสิ”มิคาเอลเดินเข้ามานั่งข้างๆเตียงพร้อมทั้งยื่นไดร์เป่าและหวีให้

       “ก็ได้...”ลูซิเฟอร์ถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นมานั่งห้อยขา มิคาเอลรีบยิ้มรับแล้วนั่งหันหลังให้น้องชาย

       “ผมยาวถึงกลางหลังแล้วนะ”ลูซิเฟอร์พูดพลางเอาไดร์เป่าผมสีนิลยาวของพี่สาว

       “ก็ฉันสระผมบ่อยนี่”มิคาเอลเงยหน้ายิ้มรับคำพูดของน้องชาย

       “ลองมัดผมดูไหม?”ชายหนุ่มถามพร้อมกับใช้หวีแปรงสางผมให้

       “อื้อ ลองมัดดูสิ!”

       มือหนาจับผมยกขึ้นแล้วมัดด้วยหนังยางด้วยความเบามือจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นมือของผู้ชาย มุมปากหนายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็กน้อยเมื่อคิดถึงใบหน้าและปฏิกิริยาของร่างเมื่อเมื่อพบว่าตัวเองโดนจับทำทรงผมอะไร

       “เสร็จรึยังน่ะ?”มิคาเอลเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าน้องชายทำผมให้ตัวเองนานผิดปกติเสียแล้ว

       “อีกนิดนึงน่า...”ชายหนุ่มว่าพร้อมทั้งแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างถูกใจ

       “ได้รึยัง”มิคาเอลเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง คราวนี้ได้การตบเบาๆที่ไหล่พร้อมคำตอบ

       “เสร็จแล้ว ไปดูกระจกสิ”

       มิคาเอลพยักหน้ารับก่อนจะไปยืนส่องกระจกแต่แล้วก็ต้องวิ่งกลับมาพร้อมแหกปากให้เขาแกะผมออก

       “ทำไมนายถึงทำเปียทวินเทลให้ฉัน!!! อย่างงี้ฉันจะออกไปข้างนอกได้ยังไง!!?”

       ลูซิเฟอร์ตอบรับคำถามนั้นด้วยรอยยิ้มของซาตาน

      

16. my precious

        นัยน์ตาสีดำสนิทของลูซิเฟอร์กวาดมองของในกล่องลับของเขาช้าๆ มือหนาหยิบของในกล่องขึ้นมาทีละอย่าง ความทรงจำต่างๆไหลเข้ามา ชายหนุ่มยิ้มให้กับของในมือแล้วหลับตาก่อนจะค่อยๆจมไปกับความทรงจำนั้น

 

       วันเกิดปีที่ 18 ของเขา

       ‘สุขสันต์วันเกิดนะลู!’มิคาเอลพูดขึ้นพร้อมกับของขวัญวันเกิดที่ถูกยื่นมาให้เขา กระดาษห่อกับโบว์สีสันสวยสดที่ถูกบรรจงตกแต่งอย่างดีไม่ได้เป็นจุดสนใจให้เขาเท่ากับมือของพี่สาวฝาแฝดที่บัดนี้มีแต่พลาสเตอร์ยาและผ้าพันแผลจนแทบจะกลายเป็นมัมมี่ไปทั้งสองข้าง!

       ‘ไปทำอะไรมา!!’ เสียงของลูซิเฟอร์แทบจะเป็นตะคอก รีบคว้ามือที่เต็มไปด้วยแผลนั้นมาดู

       ‘ไม่ต้องดุขนาดนั้นก็ได้นี่...ฉันแค่...’ มิคาเอลเอ่ยพร้อมทั้งเสสายตาหลบ

       ‘แค่อะไร!?’ ชายหนุ่มรีบหากล่องยาโดยไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น เขาทนไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าจะเกิดอะไรขึ้นกับพี่สาวฝาแฝดของเขา จะให้เขาเจอกับเรื่องร้ายๆอะไรก็ได้ จะให้เลือดตกยางออกแค่ไหนเขาไม่สนถ้าเป็นตัวของเขาเอง

       ‘ฉันแค่...ห่อของขวัญให้นาย’ คำตอบที่ได้รับส่งผลให้มือที่กำลังล้างแผลให้ใหม่ชะงัก ก่อนจะเบือนหน้ามาสบตากับคนพูด

       ‘ก็ทุกปีมีแต่นายที่ให้ของขวัญฉัน ฉันชอบเอาแต่บ่ายเบี่ยงว่าเดี๋ยวก่อนๆสุดท้ายก็ไม่ได้ให้ ฉันก็เลย...’

       ‘ยัยโง่!’ลูซิเฟอร์บอกเสียงดังจนร่างบางสะดุ้ง ‘ให้ฉันแบบไม่ต้องห่อก็ได้! โก๊ะแล้วยังซื่อบื้ออีก!’

       ‘’งั้นคราวหน้าฉันจะซื้อให้นายแบบไม่ห่อแล้วกัน…’ มิคาเอลเอ่ยบอกคนที่ทำแผลให้ ‘แกะซะสิ’

       ลูซิเฟอร์พยักหน้ารับก่อนจะค่อยๆแกะออก...

       สิ่งที่ปรากฏสู่คลองจักษุของเขาคือ...

 

       “ลู กินข้าวได้แล้ว!” เสียงของคนที่อยู่ในความคิดดังเรียกจนเขาสะดุ้ง

       “รู้แล้ว ไปเดี๋ยวนี้แหละ” เอ่ยตอบพร้อมกับวางอมยิ้มสีสดใสอันเท่าบ้านลงไปในกล่องแล้วดันกล่องไปซ่อนที่ใต้เตียง

       my precious ของเขา

 

18.ป้ายไฟ

                ในห้องนั่งเล่นอันเงียบสงบของห้องห้องหนึ่ง  ปรากฏร่างของแมวตัวน้อยกำลังนั่งเชื่อมต่อวงจรไฟกระพริบอยู่บนพื้นที่ปูด้วยพรมกำมะหยี่สีน้ำตาลอ่อน

                “เอาล่ะ เสร็จล่ะ” เสียงหวานตะโกนขึ้น

                “เสร็จอะไรของเธอน่ะ  ยัยเปี๊ยก ?” เสียงเข้มของลูซิเฟอร์ถามขึ้น

                “ก็ต่อวงจรไฟกระพริบบนป้ายไฟน่ะสิ  ในที่สุดฉันก็ต่อเสร็จสักที”

                “แล้วเธอจะทำป้ายไฟไปทำไม ?” ลูยังคงถามต่อ

                “ก็แหม  อีก 2 วันวงดนตรีที่ฉันชอบก็จะมาจัดคอนเสิร์ตที่เมืองนี้นะสิ  ฉันเลยจะทำไปเชียร์พวกเขาซะหน่อย” มิคพูดพลางกระโดดกอดป้ายไฟแล้ววิ่งไปรอบๆห้อง

                “เฮ้อ  เอาเถอะ  ไหนขอดูหน่อยสิ” ลูถอนหายใจพลางยื่นมือไปหยิบป้ายไฟที่อยู่ในมือพี่สาวออกมาดู

                ดวงตาทั้ง 2 ข้างมองไปรอบๆป้ายไฟ hand  make ของพี่สาว  มือหนาค่อยๆจับสำรวจไปรอบๆสายไฟที่พันระโรงระยางอยู่ด้านหลังแผ่นไม้   และทันใดนั้นเอง

                พรึบ ! ฉึก !

                “กรี๊ดดดด  ลู  สายไฟช้านนนน!!!!!” มิคร้องตกใจเมื่อเห็นมือของน้องตนเองพลั้งไปเกี่ยวสายไฟเส้นหนึ่งจนหลุดออก  ทำให้ไฟกระพริบทั้งวงจรดับพรึบ

                “อ่ะ...ขอโทษ”

                “ขอโทษแล้วมันหายไม่เล่า  รู้มั้ยว่ากว่าฉันจะต่อได้ต้องใช้เวลาถึง 3 วันเลยนะตาบ้า !” พูดพลางคว้าหมอนอิงบนโซฟาขึ้นมาไล่ฟาดน้องชายตนเองด้วยความโมโหถึงขีดสุด

 

20.เล็บขบ

                ช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่อากาศแจ่มใส  มาเฟียหนุ่มอายุราวๆยี่สิบปี นามลูซิเฟอร์  เจเนซิสนั่งเอกเขนกอยู่บนม้านั่งหินอ่อนในสวน

                “วันนี้อากาศดีจัง  ช่างเหมาะกับการพักผ่อนเสียนี่กระไร” ลูเอ่ยขึ้น

                “เอาล่ะ  ขอดูหน่อยซิว่าอาทิตย์นี้มีข่าวอะไรบ้าง” พูดพลางหยิบหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ที่วางอยู่ข้างๆตัวขึ้นมา  สายตาคมกวาดตามองหัวข้อข่าวต่างๆในหนังสือพิมพ์อย่างเซ็งๆ เมื่อพบว่าข่าวที่ลงในหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ก็มีแต่ข่าวเดิมๆที่ยังไม่ได้คืบหน้าไปไหน  แต่แล้วก็ต้องพลันสะดุดตกใจกับหัวข้อข่าวใหญ่ที่ว่า

 

                ช็อก !!!  หญิงสาวชาวเวนิซกระโดดตึก 5 ชั้น เพราะเล็บขบ เคราะห์ดีที่ยังรอด อ่านต่อหน้า 5

                “เป็นข่าวที่แปลกจริงๆ  แค่เล็บขบทำไมต้องกระโดดตึกด้วยนะ” พูดพลางเปิดไปยังหน้า 5 เพื่ออ่านข่าวที่สุดจะพิสดารนี้ต่อ

               “ช็อก !!!  หญิงสาวชาวเวนิซกระโดดตึก 5 ชั้น เพราะเล็บขบ เคราะห์ดีที่ยังรอด”

                “สำนักข่าว XXX เผยข่าวญิงสาวขายบริการชาวเวนิซเครียดจัดกระโดดฆ่าตัวตายเนื่องมาจากสาเหตุเล็บขบ  จากการสอบถามผู้ที่เป็นพี่ชายทำให้ทราบมาว่า ก่อนที่ น.ส.NaCl (นามสมมุติ) จะกระโดดตึก ได้ทำการไปช่วยเหลือชายหนึ่งที่ผับ CO2  ทำการยกลำโพงขนาดยักษ์ลงมาจากรถกระบะเพื่อนำไปจัดเวทีโคโยตี้ในช่วงวันขึ้นปีใหม่  แต่ดันตกใจแมลงสาบตัวเขื่องๆที่มาเกาะที่เท้า  เลยเผลอปล่อยลำโพงที่ถือลงมาทำให้ลำโพงกระทบเข้ากับเท้าเต็มแรง  จากนั้น น.ส.NaCl  ก็ได้ถูกหามไปโรงพยาบาลเพื่อทำแผล  เมื่อแพทย์ที่ทำการรักษาจะทำการถอดเล็บให้ น.ส.NaCl แต่ น.ส.NaCl ได้ปฏิเสธการถอบเล็บ โดยอ้างว่าลำโพงไม่หนักมาก  และแค่ทำให้เล็บตนร้าวนิดหน่อย  จึงเดินทางกลับบ้านแล้วไปตัดเล็บเอง  เมื่อเวลาผ่านไป 1 เดือน น.ส.NaCl ได้มีอาการเจ็บที่นิ้วหัวแม่เท้าข้างที่โดนลำโพงทับ จึงไปให้แพทย์ตรวจที่โรงพยาบาล และแพทย์ก็ได้บอกมาว่าสาเหตุเป็นเพราะนิ้วหัวแม่เท้าข้างนั้นได้รับการกระทบกระเทือนจากการถูกของหล่นใส่ ทำให้เล็บแตก แต่เมื่อคราวที่แล้ว น.ส.NaCl  ไม่ยอมให้ถอดเล็บ ทำให้เล็บที่แตกทิ่มเข้าไปในเนื้อจึงทำให้เกิดเล็บขบ  เมื่อทราบข่าวว่าตนเองเป็นเล็บขบ น.ส.NaCl เครียดมากจึงขึ้นไปบนตึก 5 ชั้นและกระโดดลงมา แต่เคราะห์ดีที่ไม่ตาย  แต่อาการสาหัสมาก ตอนนี้ได้ทำการพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล H2O

                “เป็นสาเหตุการฆ่าตัวตายที่น่าสมเพชจริงๆ” ลูซิเฟอร์พึมพำ

 

 

 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้~ ชอบจังเลย ฟิคที่เป็นเรื่องราวของสองพี่น้องคู่เนี่ยย~

ดูเหมือนลูคุงจะมีความเป็นผู้ใหญ่กว่ามิคจังเยอะเลย XD

วิซ : *มองธีมที่ 12* ถ้าบอสจะขายเรากิน เราก็..หนีไปก่อนสิ >w<b

เวส : แหม~ ฆ่าตัวตายเพราะเล็บขบ ช่างเป็นการกระทำที่ออกจะสิ้นคิดจริงๆนะครับ~ *ขำ*

#1 By TWINs on 2012-02-13 22:12

free counters

Favourites