Saliam Green View my profile

Fic

[Fic KHR][XS]If we will love each other.(Chapter 2)

posted on 03 Apr 2012 16:54 by saliamgreen-enjoy  in Fic  directory Fiction

 

กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ 

Title: If we will love each other.
Pairing: XS [Xanxua/Squalo]
Rating: PG

          ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 




             แสงแดดยามอรุณเบิกฟ้าสาดลอดเข้ามาผ่านหน้าต่างบานใสแทบจะพร้อมๆกับเสียงนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้นถี่ๆ เรียกสติกลับคืนสู่หยาดฝนให้ละออกจากนิทรา

 

เปลือกตาบางกระพริบถี่ เปิดอวดลูกแก้วสีอความารีนที่ยังขุ่นมัวกับแสงอาทิตย์ เรียกสติให้คืนมาช้าๆ มือขาวเอื้อมไปกดนาฬิกาที่กำลังแผดเสียงให้เงียบลงก่อนจะเสยผมที่ยุ่งเหยิงของตนให้เป็นทรง  เท้าน้อยๆหยัดลงบนพื้นพรมแล้วเดินตรงไปหยิบผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำ

 

ทันทีที่น้ำสัมผัสถึงผิวกายก็รับรู้ได้ถึงความเจ็บแปลบที่แล่นขึ้นมาเป็นริ้วจากต้นคอ ค่อยๆใช้นิ้วขาวแตะสัมผัสดูก็ทำให้ความเจ็บปวดเริ่มทับทวี

 

คิ้วเรียวขมวดมุ่นก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ที่หน้ากระจกเงาบานใหญ่

 

ลูกแก้วสีอ่อนเบิกมองอย่างสงสัยเมื่อเห็นอะไรบางอย่างในกระจกเงา เขม้นเพ่งมองอย่างตั้งใจจนเมื่อพบว่ามันคือรอยแผลเล็กๆสองรอยบนต้นคอขาว หยดโลหิตสีแดงคล้ำแห้งกรังรอบรอยแผล

 

“โอ๊ย!”

 

เสียงหวานอุทานขึ้นอย่างตกใจเมื่อความเจ็บปวดแล่นปลาบขึ้นมาจากบริเวณแผลนั้น

 

 

 

โดนอะไรกัดเนี่ย?....

 

 

 

แมลงล่ะมั้ง....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ทางนี้สควอโล่...”เสียงทุ้มเอ่ยเรียกพร้อมกับมือประดับรอยสักถูกกวักไปหา ขาเรียวใต้กางเกงหนังสีดำสนิทรีบก้าวยาวๆไปหาโต๊ะที่เจ้าของนัยย์ตาสีน้ำผึ้งพราวระยับนั่งอยู่

 

“รอนานไหมดีโน่”ถามกลับพลางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามชายอารมณ์ดี

 

“ก็...สักพักน่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยตอบ “ฉันสั่ง Tuna Carpacchio รอไว้ให้นายแล้วนะ"

 

“ขอบใจนะ…” เสียงหวานพูดขึ้นแล้วก็ต้องชะงักเมื่อมือประดับรอยสักสีสดอันอบอุ่นเคลื่อนเข้ามากุมมือบางที่วางอยู่บนโต๊ะ

 

“ไม่เป็นไร สำหรับนายแล้วมากกว่านี้ฉันก็ทำให้ได้”เสียงอ่อนโยนพูดขึ้นพร้อมกับลูกแก้วสีน้ำผึ้งที่ทอประกายแฝงความนัยส่งมา

 

อความารีนน้ำงามเสหลบ ค่อยๆชะงักมือออกอย่างแผ่วเบาและเกรงใจ วงหน้าเข้มหมองลงถนัดตาพร้อมกับนัยน์ตาที่แฝงความเสียใจจางๆเข้ามาแทนที่บนดวงตาสีทอง

 

“ฉันเกรงใจน่ะดีโน่...”

 

หยาดพิรุณแก้ตัวไม่ให้ผืนนภาต้องเศร้าโศกไปกว่านี้

 

 

เขารู้ดีว่าคนตรงหน้ามีความรู้สึกอย่างไรมอบให้เขา...

 

 

รวมทั้งรู้ว่าความรู้สึกนั้นมากมายเพียงใด…

 

 

แต่เขา...

 

 

ไม่สามารถสนองความต้องการของชายแสนดีตรงหน้าได้...

 

 

ทั้งๆที่คนตรงหน้าดีต่อเขามากมายเหลือเกิน....

 

 

จิตใจของเขากลับชาเฉย

 

 

ปิติกับการกระทำของผืนนภาในความเป็นเพื่อนเท่านั้น

 

 

ไม่เคยมากไปกว่านี้...

 

 

 

เขาอยากจะรักตอบชายตรงหน้า

 

 

 

พยายามหลายต่อหลายครั้งที่จะรักผืนนภาให้หมดหัวใจ

 

 

 

แต่ก็ไร้ประโยชน์…

 

 

 

ฟ้าคงลิขิตให้เราเป็นแค่เพื่อนกันสินะ...

 

 

 

“อย่าเกรงใจเลยสควอโล่...”นภาเจิดแสงพูดด้วยน้ำเสียงแฝงความเว้าวอน

 

“ฉัน...”

 

“ขอประทานโทษนะคะ...”เสียงของพนักงานที่ยกอาหารมาเสิร์ฟตัดจบบทสนทนาลงแค่นั้น  ช่วยพิรุณสีเลือดเอาไว้ทันท่วงที

 

 



“คอนายไปโดนอะไรมาน่ะสควอโล่” นภาเจิดจ้าถามขึ้นมาเมื่อเหลือบไปเห็นบนต้นคอของคนที่กำลังตักอาหารเข้าปากมีพลาสเตอร์แปะอยู่

 

 

“หือ!? นี่เหรอ” ดวงตาสีอ่อนเหลือบไปมองแผลเจ้าปัญหาเล็กน้อย “ไม่รู้โดนอะไรกัดตอนนอนน่ะสิ ตื่นขึ้นมาก็มีแผลแล้ว”

 

“ระวังตัวหน่อยสิ”นิ้วหนาเอื้อมไปแตะแผลผ่านพลาสเตอร์อย่างห่วงใย อความารีนน้ำงามฉายแววเศร้าหมองเล็กน้อยก่อนที่เจ้าตัวจะรีบปรับให้เป็นเหมือนเดิม

 

 

ทำไม...ฉันถึงรักนายไม่ได้นะดีโน่

 

 

 

 

 

 

 

โบสถ์สีขาวตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางต้นไม้ที่ขึ้นจนมืดครึ้ม แฝงไว้ด้วยความสบายใจให้แก่ผู้พบเห็น สองร่างเดินเคียงคู่กันมาจากทางเดินที่ทอดยาวไปยังประตูโบสถ์  มือหนาประดับรอยสักสีสดยกขึ้นเคาะประตูเล็กน้อยก่อนจะผลักเข้าไป   แสงแดดจากภายนอกสาดเข้ามาเพิ่มความสว่างให้ภายในโบสถ์ที่มีเพียงเทียนไม่กี่เล่มถูกจุดเอาไว้เท่านั้น   ภายในโบสถ์โล่งกว้าง  ที่นั่งทุกที่ปราศจากผู้คน 

 

“เห? คุณพ่อไม่อยู่งั้นเหรอเนี่ย”ม้าพยศร้องออกมาอย่างเสียดาย

 

“เรากลับก่อนแล้วค่อยมาใหม่ดีมั้ย?”ฉลามขาวเอ่ยถามคนที่ยืนอยู่ข้างตัว

 

“เอาอย่างงั้นเหรอ?....”

 

“คุณพ่อออกไปข้างนอก อีกเดี๋ยวก็กลับแล้ว”เสียงบุคคลที่สามดังแทรกเข้ามาในบทสนทนาเรียกให้ทั้งสองคนให้ไปมองต้นเสียง ดวงตาสีน้ำผึ้งเบิกกว้างอย่างยินดีและเอ็นดู

 

“เคียวยะ!”ร่างหนาวิ่งตรงไปยังคนที่กำลังเดินมาเปิดหน้าต่างทีละบาน

 

“มีอะไรเจ้าสัตว์กินพืช”เจ้าของดวงตาสีนิลหันมาเอ่ยถาม

 

“สควอโล่ นี่เคียวยะ เป็นผู้ช่วยของหลวงพ่อ” นภาเจิดจ้าหันไปแนะนำฉลามขาวที่เดินตามมาให้รู้จักกับร่างตรงหน้า “ส่วนนี่สควอโล่นะเคียวยะ เป็น...เอ่อ...เพื่อนฉัน”

 

เสียงทุ้มเอ่ยถึงระดับความสัมพันธ์อย่างลังเลเล็กน้อย ดวงตาสีนิลของผู้ที่เผ้ามองวูบไหวเมื่อเห็นแววตาเศร้าหมองจากผู้ที่ได้ชื่อว่าม้าพยศส่งให้คนตรงหน้า

 

แววตาที่คนมองดูออกว่าคนตรงหน้ากำลังเรียกร้องความรักจากใครบางคน...

 

ใครบางคนที่ไม่ใช่เขา....

 

ส่งผลให้ดวงหน้าขึงตึงไปถนัดตา แต่นภาเจิดจ้าก็ไม่ได้สังเกต

 

“หลวงพ่อจะกลับมาตอนกี่โมงเหรอเคียวยะ?”ร่างหนาเอ่ยถาม

 

“ประมาณบ่าย 2 นั่นแหละ” เมฆาตัวน้อยพูดอุบอิบ “นายจะไปรอที่ห้องคุณพ่อก็ได้”

 

“งั้นเดี๋ยวฉันไปรอที่ห้องคุณพ่อนะ ไปกันเถอะสควอโล่”

 

“อืม” ร่างบางผินหลังกลับ เดินตามนภาเจิดจ้าอย่างว่าง่าย

 

ชั่ววินาทีที่ดวงตาสีนิลเหลือบเห็นรอยแผลบนต้นคอขาว ความรู้สึกบางอย่างพุ่งวาบเข้าสู่หัวใจดวงน้อย นัยน์ตาเบิกกว้างอย่างตกใจ เรือนกายสั่นกระตุกอย่างเผลอตัวจนต้องเกาะขอบหน้าต่างเอาไว้ไม่ให้ทรุดลงไปกับพื้น

ความรู้สึกนี้...

 

รอยแผลนั่น...

 

เป็นฝีมือของปีศาจร้าย....

 

 TBC...

แหม..กว่าจะเข็นตอนนี้ออกมาได้ต้องได้รับแรงกดดันจากรอบตัวเลยทีเดียว
กรีนแค่ดองนิดเเดียวเองง่ะ//หลบรองเท้า
ขอบคุณหลายๆคนในกรุ๊ปที่กดดันจนกรีนต้องคลอดตอนนี้ออกมา กรั่กๆๆๆ
ช่วงนี้ติดเพลงแบบ Music Box มาก ฟังไปแต่งไปได้อารมณ์ที่ซู๊ดดดด 
(วิบัตเพื่อเสียง)

มาดูกันว่าอิกรีนจะดองอีกกี่เดือนสำหรับตอนหน้านะฮะ //หลบลูกกระสุน

ไปล่ะฮะ คุคุคุ

 

 

 

 

free counters

Favourites